
รวม 5 ระบบ POS / Clinic Management สำหรับคลินิก ปี 2026 มีอะไรน่าสนใจบ้าง?
รวม 5 ระบบ POS / Clinic Management สำหรับคลินิก ปี 2026 มีอะไรน่าสนใจบ้าง?
รวม 5 ระบบ POS / Clinic Management สำหรับคลินิก ปี 2026 มีอะไรน่าสนใจบ้าง?
อัปเดต: 1 ตุลาคม 2026
เมื่อพูดถึงระบบ POS หลายคนอาจนึกถึงเครื่องคิดเงินหน้าร้าน แต่สำหรับธุรกิจคลินิก ระบบที่ใช้จริงในปัจจุบันสามารถทำอะไรได้มากกว่านั้น ตั้งแต่ลงทะเบียนคนไข้ นัดหมาย บันทึกเวชระเบียน ขายคอร์ส จัดการสต๊อกยาและเวชภัณฑ์ ไปจนถึง CRM และรายงานสำหรับเจ้าของกิจการ
ดังนั้น หากกำลังเปิดคลินิกใหม่หรือกำลังมองหาระบบมาทดแทนการทำงานแบบเดิม สิ่งที่ควรมองหาอาจไม่ใช่แค่ “POS” แต่เป็น Clinic Management System ที่สามารถเชื่อมงานหน้าร้าน งานแพทย์ และงานหลังบ้านเข้าด้วยกัน
CEE Insight รวบรวม 5 ระบบ POS / Clinic Management ที่น่าสนใจสำหรับธุรกิจคลินิกในประเทศไทย ได้แก่ JERA Cloud, Flow Clinic, APSX, ClinixMate และ ProClinic เพื่อให้เจ้าของคลินิกและผู้ประกอบการเห็นภาพรวมของแต่ละระบบก่อนเข้าไปศึกษาหรือขอ Demo เพิ่มเติม
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นการรวบรวมข้อมูล ไม่ใช่การจัดอันดับ และไม่ได้ระบุว่าระบบใดดีที่สุด เนื่องจากแต่ละคลินิกมีรูปแบบการทำงาน จำนวนสาขา ประเภทบริการ และงบประมาณแตกต่างกัน ข้อมูลราคาและแพ็กเกจอ้างอิงจากเว็บไซต์ทางการ ณ วันที่จัดทำบทความ และอาจเปลี่ยนแปลงได้
เปรียบเทียบ 5 ระบบ POS / Clinic Management แบบภาพรวม
ตารางนี้ออกแบบมาให้ใช้เป็นจุดเริ่มต้นก่อนลงไปดูรายละเอียดของแต่ละระบบ โดยราคาเป็นเพียง ราคาอ้างอิงจากแพ็กเกจที่น่าสนใจ ไม่ได้หมายความว่าเป็นราคาที่ทุกคลินิกต้องเลือกใช้

คำแนะนำ: อย่าดูเฉพาะราคาในตารางนี้ เพราะบางระบบรวมฟังก์ชันไว้ในแพ็กเกจหลัก ขณะที่บางระบบมี Add-on หรือแพ็กเกจระดับสูงสำหรับฟังก์ชันบางประเภท
JERA Cloud
JERA Cloud เป็นระบบแบบไหน?
JERA Cloud เป็นระบบบริหารคลินิกบน Cloud ที่ครอบคลุมตั้งแต่ข้อมูลคนไข้ เวชระเบียน OPD การขายสินค้า ยา บริการและคอร์ส ไปจนถึงรายงานและการบริหารงานภายในคลินิก
ปัจจุบัน JERA แบ่งแพ็กเกจหลักออกเป็น Standard, Elite และ Ultra โดยระบุชัดว่า Elite ถูกออกแบบมาสำหรับคลินิกความงาม ขณะที่ Ultra เพิ่มความสามารถสำหรับคลินิกที่ต้องการระบบ CRM มากขึ้น
เหมาะกับคลินิกอะไร?
JERA น่าสนใจสำหรับคลินิกความงามที่มีการขายบริการและคอร์สเป็นส่วนสำคัญของธุรกิจ รวมถึงคลินิกที่ต้องจัดการ Membership, รูป Before–After, Stock และข้อมูลลูกค้าในระบบเดียวกัน
สำหรับคลินิกที่มีพนักงานหลายคน ตัวระบบรองรับผู้ใช้งานและอุปกรณ์จำนวนมากโดยไม่จำกัดตามรายละเอียดแพ็กเกจที่บริษัทเผยแพร่
ระบบของ JERA ทำอะไรได้บ้าง?
ส่วนหลักของระบบครอบคลุมงานอย่างข้อมูลคนไข้และ OPD, นัดหมาย, การซื้อสินค้าและยา, การขายบริการและคอร์ส, การเก็บรูปก่อนและหลังการรักษา, Stock, Membership, รายงาน รวมถึงการคำนวณค่าตอบแทนแพทย์ในบาง workflow
JERA ยังมี JERA CRM สำหรับเชื่อมต่อการดูแลลูกค้ากับ LINE Official Account และมี Open API สำหรับคลินิกที่ต้องการเชื่อมระบบภายนอกเพิ่มเติมด้วย
ราคาโดยประมาณ
แพ็กเกจหลักที่ JERA แสดงอยู่ในปัจจุบันคือ
Standard — 36,000 บาท/ปี
Elite — 54,000 บาท/ปี
Ultra — 69,000 บาท/ปี
สำหรับบทความนี้ CEE Insight ใช้ Elite 54,000 บาท/ปี เป็นตัวอ้างอิง เนื่องจากแพ็กเกจดังกล่าวถูกวางไว้สำหรับคลินิกความงามโดยตรง
จุดที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจ
หากคลินิกต้องการ CRM, Payment Link หรือระบบเชื่อมต่ออื่น ๆ ในระดับสูง ควรสอบถามว่าอยู่ในแพ็กเกจใด มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหรือไม่ รวมถึงสอบถามค่าใช้บริการสำหรับหลายสาขาและบริการเสริมที่ต้องใช้จริง
Flow Clinic
Flow Clinic เป็นระบบแบบไหน?
Flow Clinic เป็นระบบบริหารคลินิกบน Cloud ที่เน้นให้ข้อมูลจากหน้าร้าน เวชระเบียน การขาย และงานหลังบ้านเชื่อมอยู่ใน workflow เดียวกัน
หนึ่งในจุดที่แตกต่างคือ Flow มี Free Plan ที่ไม่มีวันหมดอายุ สำหรับเริ่มต้นใช้งาน ก่อนขยับไป Pro หรือ Flow One เมื่อคลินิกต้องการ Automation และระบบหลังบ้านเพิ่มขึ้น
เหมาะกับคลินิกอะไร?
Flow Clinic น่าสนใจสำหรับคลินิกเปิดใหม่ หรือคลินิกขนาดเล็กถึงกลางที่ต้องการเริ่มใช้ระบบโดยไม่อยากแบกระบบที่ซับซ้อนตั้งแต่วันแรก
ตัวระบบยังเน้นงานของคลินิกความงาม เช่น OPD, รูป Before–After, คอร์ส การนัดหมายและการติดตามลูกค้า
ระบบของ Flow Clinic ทำอะไรได้บ้าง?
แม้แต่ Free Plan ก็มีข้อมูลคนไข้ นัดหมาย เวชระเบียน คอร์ส POS ใบเสร็จ Stock พื้นฐาน แชท LINE และรายงานย้อนหลังบางส่วน
เมื่อขึ้น Pro จะเพิ่ม Online Booking, ระบบเตือนนัด, Payment Link, การติดตามลูกค้า, Promotion, Coupon, Membership, Analytics และค่ามือแพทย์
ส่วน Flow One เพิ่มงานอย่าง Team & Pay, Stock & Purchasing, Customer Connect และ Advanced Analytics เข้ามาอีกระดับ
ราคาโดยประมาณ
Free — 0 บาท
Pro — 36,000 บาท/ปี
Flow One — 58,000 บาท/ปี
ในบทความนี้ใช้ Pro 36,000 บาท/ปี เป็นตัวอ้างอิง เนื่องจากมีฟังก์ชันที่ครอบคลุมการใช้งานของคลินิกมากกว่า Free แต่ยังไม่รวมระบบหลังบ้านทั้งหมดแบบ Flow One
จุดที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจ
คลินิกที่ต้องการระบบจัดซื้อ ค่าตอบแทนทีมที่ซับซ้อน พื้นที่เก็บข้อมูลเพิ่มเติม หรือการทำงานหลายสาขา ควรสอบถามขอบเขตของ Pro, Flow One และค่า Add-on ให้ชัดก่อนซื้อ
Flow ระบุด้วยว่าแผนแบบชำระเงินมีการช่วยตั้งค่า อบรมเริ่มต้น และนำเข้าข้อมูลตามขอบเขตที่ตกลงกัน
APSX Platform
APSX เป็นระบบแบบไหน?
APSX เป็นระบบบริหารคลินิกบน Cloud ที่มีขอบเขตค่อนข้างลึกในฝั่ง Medical Workflow
ตัวระบบครอบคลุมตั้งแต่เปิดคิว ลงทะเบียน ตรวจรักษา OPD จ่ายยา จัดการ Stock ออกใบเสร็จและรายงาน และสามารถต่อยอดไปยัง CRM และ AI ได้
เหมาะกับคลินิกอะไร?
APSX รองรับธุรกิจหลายประเภท ตั้งแต่คลินิกทั่วไป คลินิกเวชกรรม คลินิกเฉพาะทาง คลินิกกายภาพ แพทย์แผนไทย-จีน ธุรกิจความงาม Wellness และสถานพยาบาลประเภทอื่น ๆ
จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคลินิกที่ workflow มีมากกว่าการขายคอร์สและรับชำระเงิน เช่น ต้องมีข้อมูลการวินิจฉัย Lab, X-ray, ห้องยา หรือระบบคลังยาที่ละเอียดขึ้น
ระบบของ APSX ทำอะไรได้บ้าง?
ฝั่งเวชระเบียนมี OPD Card, นัดหมายและคิว, เอกสารทางการแพทย์, Lab/X-ray และการจัดการคอร์ส
ฝั่ง Stock รองรับการติดตามแบบ Real-time, Lot ยา, วันผลิตและวันหมดอายุ, การสั่งซื้อ รวมถึงการโอน Stock
นอกจากนี้ยังมีรายงานมากกว่า 40 รูปแบบ ครอบคลุมการเงิน การรักษา คลังยา ยอดขาย และค่ามือแพทย์
APSX ยังมีระบบ CRM 360°, Marketing Automation, LINE Chat และ AI แต่จากตารางแพ็กเกจปัจจุบัน ความสามารถ CRM 360° และ Marketing เป็นบริการเสริมที่ต้องเลือกเพิ่ม จึงควรสอบถามค่าใช้จ่ายก่อนใช้งาน
ราคาโดยประมาณ
แพ็กเกจปัจจุบันเริ่มจาก
N+ — 27,000 บาท/ปี / 1 สาขา
B+ — 54,000 บาท/ปี / 2 สาขา
PRO+ — 135,000 บาท/ปี / 5 สาขา
ราคาดังกล่าว ยังไม่รวม VAT 7%
บทความนี้จึงใช้ N+ เป็นราคาอ้างอิงเริ่มต้น
จุดที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจ
เนื่องจาก APSX มีฟังก์ชันจำนวนมากและมี Add-on หลายประเภท การขอ Demo ด้วย workflow จริงของคลินิกจะช่วยให้เห็นว่าฟังก์ชันใดรวมอยู่ในแพ็กเกจหลัก และฟังก์ชันใดต้องซื้อเพิ่ม
ClinixMate
ClinixMate เป็นระบบแบบไหน?
ClinixMate เป็นระบบ Clinic Management บน Cloud ที่ให้ความสำคัญกับทั้งการบริหารคลินิกและการดูแลความสัมพันธ์กับลูกค้า
หน้า Pricing ปัจจุบันระบุว่าระบบหลักมีมากกว่า 60 โมดูลใน 7 หมวดงาน และวางตัวสำหรับคลินิกความงามและเวชกรรมโดยตรง
เหมาะกับคลินิกอะไร?
น่าสนใจสำหรับคลินิกความงามหรือคลินิกเวชกรรมที่มีการขายคอร์ส และต้องการติดตามลูกค้าหลังการรักษาหรือหลังทำหัตถการ
โดยเฉพาะคลินิกที่ให้ความสำคัญกับ CRM, LINE OA, Reminder และการรักษาฐานลูกค้าเดิม
ระบบของ ClinixMate ทำอะไรได้บ้าง?
ระบบครอบคลุมข้อมูลลูกค้าและเวชระเบียน นัดหมาย คอร์ส POS Stock รวมถึง CRM
ฟังก์ชัน CRM มีทั้งการเชื่อม LINE OA การทำ Campaign การติดตามลูกค้าในระยะยาว และ Post-care หลังทำหัตถการ
ClinixMate ยังมีระบบด้านการเงิน ค่ามือแพทย์ รายงานสำหรับเจ้าของกิจการ สิทธิ์การเข้าถึงและ Audit Log รวมอยู่ในระบบหลักตามข้อมูลราคาในปัจจุบัน
ระบบยังรองรับ Multi-branch โดยสามารถดูยอดขาย การชำระเงินและข้อมูลสต๊อกแยกสาขาได้
ราคาโดยประมาณ
ปัจจุบันเว็บไซต์ระบุ
ราคามาตรฐาน 32,900 บาท/ปี
และมีราคาที่แสดงอยู่ขณะตรวจสอบ 29,900 บาท/ปี
จึงเหมาะที่จะเขียนเป็น ประมาณ 29,900–32,900 บาท/ปี และตรวจสอบโปรโมชั่นอีกครั้งก่อนซื้อ
จุดที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจ
แม้ระบบหลักจะรวมฟังก์ชันจำนวนมาก แต่ ClinixMate ระบุว่ามีแพ็กเสริมสำหรับฟังก์ชันขั้นสูงบางประเภท ดังนั้นควรสอบถามว่าความสามารถที่คลินิกต้องการอยู่ในแพ็กเกจหลักหรือมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
ProClinic
ProClinic เป็นระบบแบบไหน?
ProClinic เป็นระบบบริหารคลินิกที่แบ่งแพ็กเกจตามขนาดฐานคนไข้และระดับความสามารถที่ต้องการ ทำให้สามารถเริ่มจากแพ็กเกจราคาต่ำก่อน แล้วค่อยขยับขึ้นเมื่อธุรกิจเติบโต
ตัวระบบครอบคลุมงานตั้งแต่ข้อมูลคนไข้ เวชระเบียน นัดหมาย คอร์ส Stock การเงิน รายงาน ไปจนถึงการจัดการแพทย์และพนักงาน
เหมาะกับคลินิกอะไร?
เหมาะกับคลินิกเปิดใหม่หรือธุรกิจที่ต้องการควบคุมต้นทุน Software ในช่วงแรก รวมถึงคลินิกที่อยากเลือกแพ็กเกจตามจำนวนฐานคนไข้
ระบบของ ProClinic ทำอะไรได้บ้าง?
แพ็กเกจหลักรองรับ OPD Card, นัดหมาย, เวชระเบียนออนไลน์, Before–After, เอกสารทางคลินิก, ใบเสร็จและใบกำกับภาษี, ค่ามือแพทย์, Stock และรายงาน
ระบบยังมี Course Management, Promotion, Membership, Doctor Fee และระบบวิเคราะห์ธุรกิจหลายประเภท
ในแพ็กเกจระดับสูงอย่าง Growth ยังเพิ่ม Auto DF, นัดหมายเชิงลึก, Barcode, Online Registration และระบบรับชำระผ่าน EDC/Payment Link
ราคาโดยประมาณ
จากหน้าเว็บไซต์หลักที่ตรวจสอบล่าสุด
Starter — 9,900 บาท/ปี
Pro — 16,900 บาท/ปี
Business — 24,500 บาท/ปี
Growth — 29,000 บาท/ปี
Starter รองรับฐานคนไข้สูงสุดประมาณ 300 คน ขณะที่ Growth ระบุว่าไม่จำกัดจำนวนคนไข้
จุดที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจ
รายละเอียดพื้นที่เก็บข้อมูลที่ปรากฏในบางหน้าของเว็บไซต์ ProClinic มีตัวเลขต่างกัน จึงควรขอใบเสนอราคาและรายละเอียดแพ็กเกจล่าสุดจากผู้ให้บริการโดยตรงก่อนตัดสินใจ
หากฐานคนไข้เติบโตเร็ว ควรคำนวณตั้งแต่ต้นว่าจะต้องขยับจาก Starter ไปยังแพ็กเกจระดับใดในอนาคต
ก่อนเลือกระบบ POS / Clinic Management ควรดูอะไรบ้าง?
ราคาเป็นเพียงหนึ่งส่วนของการตัดสินใจ เพราะระบบที่ราคาถูกกว่าอาจต้องซื้อ Add-on เพิ่ม ขณะที่ระบบราคาแพงกว่าอาจรวมฟังก์ชันที่คลินิกไม่ได้ใช้เลย
สิ่งที่เจ้าของคลินิกควรทดลองหรือสอบถามก่อนซื้อ ได้แก่
Workflow จริงของคลินิก: ตั้งแต่ลูกค้าจองคิว ลงทะเบียน พบแพทย์ ซื้อคอร์ส รับบริการ ตัด Stock ชำระเงิน ไปจนถึงติดตามผล
ประเภทเวชระเบียน: รองรับข้อมูลที่แพทย์ของคลินิกต้องใช้จริงหรือไม่
คอร์สและ Package: รองรับรูปแบบคอร์สของคลินิกได้แค่ไหน
Stock: ติดตาม Lot, วันหมดอายุ และการใช้เวชภัณฑ์ต่อเคสได้หรือไม่
CRM / LINE: Reminder, Follow-up และติดตามลูกค้าได้ระดับใด
DF / Commission: รองรับสูตรค่ามือแพทย์และพนักงานของคลินิกหรือไม่
จำนวนสาขาและผู้ใช้งาน: มีค่าใช้จ่ายเพิ่มอย่างไรเมื่อธุรกิจโต
Add-on: ฟังก์ชันใดรวมมาแล้ว และฟังก์ชันใดต้องซื้อเพิ่ม
ข้อมูล: สามารถ Export ข้อมูลออกได้หรือไม่ หากวันหนึ่งต้องเปลี่ยนระบบ
PDPA และสิทธิ์การเข้าถึง: ใครสามารถเปิดดูข้อมูลคนไข้ และมี Audit Log หรือไม่
Backup และ Cloud: ระบบสำรองข้อมูลอย่างไร
Support และ Training: หากระบบมีปัญหา มีทีมช่วยในช่วงเวลาใด
ค่าใช้จ่ายอื่น: Setup, Hardware, SMS, Storage, Payment Gateway, ย้ายข้อมูล และ Training
ระบบ POS สำหรับคลินิกในปี 2026 ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงรับเงินและออกใบเสร็จอีกต่อไป แต่หลายระบบได้พัฒนาเป็นแพลตฟอร์มสำหรับบริหารงานทั้งคลินิก ตั้งแต่ข้อมูลคนไข้ เวชระเบียน นัดหมาย คอร์ส Stock ไปจนถึง CRM และรายงานธุรกิจ ระบบทั้ง 5 ที่ CEE Insight รวบรวมในบทความนี้จึงมีแนวทางต่างกัน
อย่างไรก็ตาม ไม่มีระบบใดที่เหมาะกับทุกคลินิกเหมือนกันทั้งหมด ก่อนตัดสินใจ เจ้าของกิจการควรนำ workflow จริงของคลินิก จำนวนทีม จำนวนสาขา และแผนการเติบโตในอนาคต ไปทดลองกับระบบ พร้อมขอ Demo และใบเสนอราคาจากผู้ให้บริการโดยตรงอีกครั้ง

