
ไทยเปิดตัวใช้ "วัคซีนมะเร็งเฉพาะบุคคล" รักษาผู้ป่วยจริงแล้ว เล็งขยาย Medical Visa ดันไทยเป็นฮับการแพทย์ระดับโลก
ไทยเปิดตัวใช้ "วัคซีนมะเร็งเฉพาะบุคคล" รักษาผู้ป่วยจริงแล้ว เล็งขยาย Medical Visa ดันไทยเป็นฮับการแพทย์ระดับโลก
ไทยเปิดตัวใช้ "วัคซีนมะเร็งเฉพาะบุคคล" รักษาผู้ป่วยจริงแล้ว เล็งขยาย Medical Visa ดันไทยเป็นฮับการแพทย์ระดับโลก
เมื่อพูดถึง "มะเร็ง" การรักษาที่เราคุ้นเคยคงหนีไม่พ้นการผ่าตัด ฉายแสง หรือเคมีบำบัด (คีโม) ซึ่งมักมาพร้อมผลข้างเคียงที่หลีกเลี่ยงได้ยาก แต่ปัจจุบันโลกการแพทย์ได้ก้าวเข้าสู่ยุคของ "การแพทย์แม่นยำ (Precision Medicine)" ที่สามารถผลิตยาตัดเฉพาะตัวให้ผู้ป่วยแต่ละคนได้แล้ว และที่น่าภูมิใจคือ ประเทศไทย กำลังก้าวขึ้นมาเป็นแนวหน้าในเทคโนโลยีนี้
ล่าสุด องค์การเภสัชกรรม (อภ.) ได้จับมือกับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ Seqker Biosciences พัฒนาเทคโนโลยีที่เรียกว่า "วัคซีนมะเร็งเฉพาะบุคคล (Personalized Cancer Vaccine)" ซึ่งปัจจุบันก้าวหน้าไปถึงขั้นวิจัยทางคลินิกระยะที่ 3-4 และ เริ่มใช้รักษาผู้ป่วยจริงในไทยแล้ว
ทำความรู้จัก "วัคซีนมะเร็งเฉพาะบุคคล" มันทำงานยังไง?
หลายคนอาจจะงงว่า "วัคซีน" ปกติมีไว้ฉีดป้องกันไม่ใช่เหรอ? แต่ในกรณีนี้ มันถูกใช้เพื่อ "รักษา"
หลักการทำงานของมันล้ำมาก เริ่มจากการที่แพทย์จะนำก้อนเนื้องอกมะเร็งของผู้ป่วยไป "ถอดรหัสพันธุกรรม" เพื่อดูว่าเซลล์มะเร็งของคนๆ นั้นมีความผิดปกติหรือกลายพันธุ์ตรงจุดไหน จากนั้นจะนำรหัสดังกล่าวมาสังเคราะห์เป็น "วัคซีนเฉพาะบุคคล" เพื่อฉีดกลับเข้าไปในร่างกาย
เป้าหมายคือการเข้าไป "กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของผู้ป่วย" ให้ฉลาดขึ้น สามารถจดจำและเข้าโจมตีเซลล์มะเร็งได้อย่างแม่นยำ เหมือนเราติดเรดาร์ล็อคเป้าให้เม็ดเลือดขาวของเราเข้าไปจัดการมะเร็งด้วยตัวเอง โดยที่เซลล์ปกติจะไม่ถูกทำลาย
พญ.มิ่งขวัญ สุพรรณพงศ์ ผู้อำนวยการ อภ. เปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจนว่า "แม้ผู้ป่วยจะเป็นมะเร็งปอดเหมือนกัน แต่ความผิดปกติทางพันธุกรรมของแต่ละคนไม่ได้เหมือนกัน 100% ตัวยาที่ผลิตขึ้นมาจึงมีความจำเพาะเจาะจงสูงมาก ไม่ใช่ยาโหลหรือยาตัดเสื้อสำเร็จรูปทั่วไป" โดยการรักษานี้จะใช้ควบคู่กับยามะเร็งมาตรฐาน (เช่น ยาภูมิคุ้มกันบำบัด Immunotherapy) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้สูงสุด
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
ความคืบหน้าในไทย: ประเดิมรักษาแล้ว 2 เคส
โครงการนี้เกิดจากการลงนาม MOU ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2565 สะท้อนศักยภาพที่ครบวงจรของไทย ตั้งแต่การถอดรหัสพันธุกรรม ไปจนถึงการสังเคราะห์วัคซีนได้เองภายในประเทศ
ปัจจุบันโครงการนี้อยู่ระหว่างการวิจัยทางคลินิก (Clinical Trial) ระยะที่ 3 และ 4 ซึ่งผ่านการพิสูจน์ความปลอดภัยเบื้องต้นมาแล้ว โดยมี ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาจริงแล้ว 2 ราย เป็นชาวออสเตรเลียและตะวันออกกลางที่เข้ามารับบริการผ่านโรงพยาบาลเอกชนเครือข่าย
ทำไมถึงยังมีแต่ผู้ป่วยต่างชาติ? คำตอบคือ "ราคา" ครับ แม้การผลิตในไทยจะช่วยให้ค่าใช้จ่ายถูกกว่าการไปรักษาในยุโรปหรือสหรัฐฯ ถึง 4-5 เท่า แต่ปัจจุบันค่าใช้จ่ายตลอดคอร์ส (ฉีด 4 ครั้งต่อปี) ยังอยู่ที่ราว 4 - 7 ล้านบาท ซึ่งถือว่าสูงมาก และตัววัคซีนยังไม่ถูกบรรจุในสิทธิประโยชน์การรักษาของรัฐ ทำให้ผู้ป่วยคนไทยยังเข้าถึงได้ยาก

ดัน Medical Visa เปลี่ยนไทยเป็น "ฮับรักษามะเร็ง"
จากศักยภาพตรงนี้ อภ. เตรียมรวบรวมข้อมูลเสนอต่อกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อผลักดันการออก Medical Visa (วีซ่าระยะยาวเพื่อการแพทย์) ให้ชาวต่างชาติ
เนื่องจากการรักษามะเร็งด้วยวัคซีนเฉพาะบุคคล ผู้ป่วยต้องบินมารับยาถึง 4-7 ครั้งต่อปี แทนที่จะต้องบินไปบินกลับ การมี Medical Visa จะช่วยให้ผู้ป่วยอยู่พำนักยาวในไทยได้สบายๆ อาจจะมาพักฟื้นในพื้นที่ Sandbox บรรยากาศดีๆ อย่างภูเก็ต ถือเป็นการดึงเม็ดเงินมหาศาลเข้าประเทศในฐานะ Medical Investment in Service Hub อย่างเต็มตัว
ข่าวดีคนไทย อนาคตเตรียมขยายสู่ รพ.รัฐ หั่นราคาลงฮวบ
สำหรับคนไทยที่กังวลเรื่องราคา พญ.มิ่งขวัญ ให้ความหวังว่า เมื่อโครงการวิจัยเสร็จสิ้นสมบูรณ์ มีการผลิตในสเกลที่ใหญ่ขึ้น (Economy of Scale) อภ. มีแผนจะขยายความร่วมมือลงสู่ โรงพยาบาลรัฐชั้นนำ (เช่น รพ.ราชวิถี)
เมื่อตัดต้นทุนเรื่องความหรูหรา (Hospitality) ของ รพ.เอกชน ออกไป คาดว่าค่าใช้จ่ายอาจจะลดลงมาเหลือเพียง เกือบ 1 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคาที่ใกล้เคียงกับมาตรฐานการรักษามะเร็งแบบดั้งเดิม ทำให้ผู้ป่วยชาวไทยมีโอกาสเข้าถึงนวัตกรรมพลิกชีวิตนี้ได้มากขึ้น
นอกจากนี้ อภ. ยังวางแผนปรับใช้โรงงานยาที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองย่านพระราม 6 (ตรงข้าม รพ.รามาธิบดี) เป็นศูนย์กลางการผลิตและกระจายวัคซีน เพื่อให้สามารถจัดส่งวัคซีน "สั่งทำพิเศษ" นี้ ถึงตัวผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็วที่สุดภายใน 3-4 ชั่วโมง
การก้าวขึ้นมารับมือกับมะเร็งด้วย "วัคซีนเฉพาะบุคคล" ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เปิดประตูแห่งความหวังบานใหม่ให้ผู้ป่วย แต่ยังเป็นการปักหมุดหมายสำคัญว่า เทคโนโลยีชีวภาพทางการแพทย์ของไทย พร้อมแล้วที่จะแข่งขันบนเวทีโลก

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตาแห้ง ภัยเงียบคนติดจอ! "บำรุงราษฎร์" ยกระดับคลินิกตาแห้ง ชูนวัตกรรมเจาะลึกต้นเหตุ รักษาตรงจุด
ตาแห้ง ภัยเงียบคนติดจอ! "บำรุงราษฎร์" ยกระดับคลินิกตาแห้ง ชูนวัตกรรมเจาะลึกต้นเหตุ รักษาตรงจุด

ไขความลับ "อายุยืน" จากน้องหมา เบาะแสใหม่ในเลือดที่คล้ายกับคนเป๊ะ!
ไขความลับ "อายุยืน" จากน้องหมา เบาะแสใหม่ในเลือดที่คล้ายกับคนเป๊ะ!

ธุรกิจโรงพยาบาล ทุ่มลงทุนเทคโนโลยี แต่เมินแก้ปัญหาพื้นฐาน รอคิวนาน-ติดเชื้อ-จ่ายยาพลาด
ทุ่มลงทุนเทคโนโลยี แต่เมินแก้ปัญหาพื้นฐาน รอคิวนาน-ติดเชื้อ-จ่ายยาพลาด


