
ยุคใหม่ของยาลดน้ำหนัก ? จากยาฉีดสู่ยาเม็ด! ก้าวต่อไปของ 'Novo' รีแบรนด์ครั้งใหญ่เจาะตลาดสุขภาพ
ยุคใหม่ของยาลดน้ำหนัก ? จากยาฉีดสู่ยาเม็ด! ก้าวต่อไปของ 'Novo' รีแบรนด์ครั้งใหญ่เจาะตลาดสุขภาพ
ยุคใหม่ของยาลดน้ำหนัก ? จากยาฉีดสู่ยาเม็ด! ก้าวต่อไปของ 'Novo' รีแบรนด์ครั้งใหญ่เจาะตลาดสุขภาพ
หากใครไม่ได้อยู่วงการแพทย์ อาจจะเพิ่งเริ่มคุ้นชื่อ Novo Nordisk (โนโว นอร์ดิสค์) ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา จากกระแสไวรัลของ "ยาฉีดลดน้ำหนัก" ที่เปลี่ยนชีวิตผู้คนนับล้าน Novo Nordisk ไม่ใช่บริษัทหน้าใหม่ แต่เป็นบริษัทยายักษ์ใหญ่สัญชาติเดนมาร์กที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 100 ปี (ก่อตั้งตั้งแต่ปี 1923) พวกเขาคือ "ราชา" และผู้บุกเบิกนวัตกรรมการรักษาโรคเบาหวานอันดับหนึ่งของโลกมาอย่างยาวนาน
จากความเชี่ยวชาญระดับลึกซึ้งด้านฮอร์โมนอินซูลิน Novo ได้ต่อยอดนวัตกรรมมาสู่การคิดค้นยากลุ่ม GLP-1 อย่าง Ozempic (ยาเบาหวาน) และ Wegovy (ยาลดน้ำหนัก) ที่ฮิตระเบิดจนของขาดตลาดทั่วโลก ปรากฏการณ์นี้ดันให้ Novo พุ่งขึ้นแท่นเป็น "บริษัทที่มีมูลค่าตลาด (Market Cap) สูงที่สุดในยุโรป" โค่นแชมป์เก่าอย่างอาณาจักรแบรนด์หรู LVMH (เจ้าของ Louis Vuitton) ลงได้อย่างราบคาบ
แต่ความสำเร็จระดับโลกนี้เป็นเพียง "จุดเริ่มต้น" เพราะล่าสุดในงานประชุมนักลงทุน Capital Markets Day (CMD) ณ กรุงลอนดอน บริษัทยักษ์ใหญ่เจ้านี้ได้ประกาศ "รีแบรนด์ครั้งประวัติศาสตร์ในรอบศตวรรษ" พร้อมกางแผนยุทธศาสตร์ปี 2030 ที่จะเปลี่ยนโฉมวงการแพทย์ไปตลอดกาล และที่สำคัญ... มี "ประเทศไทย" เป็นหนึ่งในจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญด้วย

(ภาพ: britannica)
ยุคใหม่ของ ‘Novo’ เมื่อวิทยาศาสตร์ หลอมรวมเข้ากับไลฟ์สไตล์
การรีแบรนด์ครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนโลโก้ แต่คือการเปลี่ยน "วิธีคิด" ขององค์กร บริษัทตัดสินใจย่อชื่อทางการค้าให้เรียกง่ายๆ สั้นๆ เหลือเพียง “Novo (โนโว)” (แม้ชื่อจดทะเบียนตามกฎหมายจะคงเดิม) พร้อมกับปรับโฉมโลโก้สัญลักษณ์ "วัว Apis Bull" ให้ดูโมเดิร์น ร่วมสมัย และดูเป็นมิตรมากขึ้น
ภายใต้สโลแกนใหม่ "Lasting Health Starts Now" (สุขภาพดีที่ยั่งยืนเริ่มต้น ณ ตอนนี้) สะท้อนทิศทางที่ Novo กำลังทรานส์ฟอร์มตัวเองจาก "บริษัทยาที่รอรักษาคนป่วย" สู่การเป็น "ไลฟ์สไตล์พาร์ทเนอร์" ที่นำวิทยาศาสตร์การแพทย์เข้าไปแนบชิดกับชีวิตประจำวันของผู้บริโภคตั้งแต่เนิ่นๆ โดยยึดหลักการทำงานใหม่ที่เรียกว่า ‘The Novo Way’ ซึ่งเน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง แข่งขันได้จริง รวดเร็ว และยึดมั่นในความปลอดภัยขั้นสูงสุด
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
บทความไทยเปิดตัวใช้ "วัคซีนมะเร็งเฉพาะบุคคล" รักษาผู้ป่วยจริงแล้ว เล็งขยาย Medical Visa ดันไทยเป็นฮับการแพทย์ระดับโลก
บทความนวัตกรรมทะลวงช่องปาก! Dyson CameraJet แปรงสีฟัน AI ติดกล้อง "มองเห็น" ซอกฟันและฉีดล้างคราบพลัคได้เอง
บทความเจาะลึกนวัตกรรม "แว่นตา AR ผสาน AI" ฟื้นฟูการทรงตัว ป้องกันวัยเก๋าหกล้ม

(ภาพ: fiercepharma)
อวสานความกลัวเข็ม? ลุยสเกลผลิต "ยาเม็ด GLP-1" เพิ่ม 10 เท่า
Pain point ใหญ่ที่สุดของยาลดน้ำหนักและยาเบาหวานกลุ่ม GLP-1 ในปัจจุบันคือ "ต้องใช้การฉีด" ซึ่งทำให้ผู้ป่วยหลายคนกลัวและไม่กล้าเข้าถึงการรักษา
เพื่อปลดล็อกข้อจำกัดนี้ Novo จึงประกาศไม้ตายสำคัญในแผนยุทธศาสตร์ปี 2030 นั่นคือ การเร่งขยายกำลังการผลิตยากลุ่ม Oral GLP-1 (ยากลืนชนิดเม็ด) เพิ่มขึ้นถึง 10 เท่า! ซึ่งการผลักดันยาเม็ดออกสู่ตลาดโลกในสเกลยักษ์นี้ จะช่วยขยายฐานผู้ป่วยที่เข้าถึงการรักษาจาก 46 ล้านคนในปัจจุบัน ให้พุ่งทะยานแตะ 60 ล้านคนทั่วโลกภายในปี 2030 ได้อย่างสบายๆ
Novo ไม่ได้หยุดแค่เรื่องน้ำหนักและเบาหวาน แต่กำลังซุ่มพัฒนายาใหม่ (Pipeline) ที่เตรียมจะปล่อยเข้าสู่ตลาดอีกเพียบ โดยตั้งเป้าสร้างรายได้จากยาท่อใหม่นี้ถึง 1.5 แสนล้านโครนเดนมาร์ก (DKK) ภายในปี 2035 ผ่านการลุยทดลองทางคลินิกระยะที่ 3 (Phase 3) ในกลุ่มโรคร้ายแรงอื่นๆ ที่มักเป็นโรคแทรกซ้อนของความอ้วน เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด, โรคตับคั่งไขมัน (MASH), โรคไตเรื้อรัง และโรคหายาก

(ภาพ: fiercepharma)
บทบาทของประเทศไทย โครงการ "STEP11" ที่วิจัยเพื่อ DNA คนไทยโดยเฉพาะ
ตัดภาพมาที่ประเทศไทย ซึ่ง Novo เข้ามาทำธุรกิจยาวนานกว่า 40 ปี การรีแบรนด์และแผนยุทธศาสตร์โลกครั้งนี้ ส่งผลดีโดยตรงกับระบบสาธารณสุขไทยแบบเต็มๆ
คุณจิฮาน เซอร์ดาร์ คิซิลจิก ผู้จัดการทั่วไป โนโว ประเทศไทย เผยว่า Novo มีการลงทุนด้านการทดลองทางคลินิก (Clinical Trials) ในไทยอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงปี 2023-2025 มีการอัดฉีดเม็ดเงินลงทุนกว่า 327 ล้านบาท ซึ่งช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ไทยเกือบ 350 ล้านบาท และสร้างงานถึง 470 ตำแหน่ง
ไฮไลต์สำคัญคือโครงการทดลองที่เรียกว่า "STEP11" นี่คือการทดลองยาลดน้ำหนักกลุ่ม GLP-1 แบบฉีด ที่ "เจาะจงทำการทดลองในประชากรไทยและเอเชียโดยตรง" ซึ่งถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญ เพราะโดยปกติยาระดับโลกมักจะใช้ฐานข้อมูลฝั่งยุโรปหรืออเมริกาเป็นหลัก การมีข้อมูลการทดลองในคนไทย จะช่วยการันตีความปลอดภัยและประสิทธิภาพของยาที่ตรงกับ "พันธุกรรม (DNA)" และสรีระของคนไทยมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

นวัตกรรมทะลวงช่องปาก! Dyson CameraJet แปรงสีฟัน AI ติดกล้อง "มองเห็น" ซอกฟันและฉีดล้างคราบพลัคได้เอง
นวัตกรรมทะลวงช่องปาก! Dyson CameraJet แปรงสีฟัน AI ติดกล้อง "มองเห็น" ซอกฟันและฉีดล้างคราบพลัคได้เอง

ช้อปปี้เอาจริง! รุกสมรภูมิ O2O ส่งของชำ-ยาถึงหน้าประตูใน 1 ชั่วโมง พร้อมปรึกษาเภสัชฯ ฟรี
ช้อปปี้เอาจริง! รุกสมรภูมิ O2O ส่งของชำ-ยาถึงหน้าประตูใน 1 ชั่วโมง พร้อมปรึกษาเภสัชฯ ฟรี

‘ศิริราช’ เปิดตัวเครื่องฉายแสงรักษามะเร็ง Halcyon V.5 ล็อกเป้าแม่นยำ ฉายไว ไม่ทำร้ายเซลล์ดี
‘ศิริราช’ เปิดตัวเครื่องฉายแสงรักษามะเร็ง Halcyon V.5 ล็อกเป้าแม่นยำ ฉายไว ไม่ทำร้ายเซลล์ดี