สังคมเด็กเก่งที่แลกมาด้วยน้ำตา เจาะลึกวิกฤตวัยรุ่นจีน พึ่ง "ยาตามใบสั่งแพทย์" หนีการแข่งขันที่บดขยี้ (Neijuan)
Health

สังคมเด็กเก่งที่แลกมาด้วยน้ำตา เจาะลึกวิกฤตวัยรุ่นจีน พึ่ง "ยาตามใบสั่งแพทย์" หนีการแข่งขันที่บดขยี้ (Neijuan)

สังคมเด็กเก่งที่แลกมาด้วยน้ำตา เจาะลึกวิกฤตวัยรุ่นจีน พึ่ง "ยาตามใบสั่งแพทย์" หนีการแข่งขันที่บดขยี้ (Neijuan)

4 การเข้าชม
ฟังบทความ
0:00
7:37

สังคมเด็กเก่งที่แลกมาด้วยน้ำตา เจาะลึกวิกฤตวัยรุ่นจีน พึ่ง "ยาตามใบสั่งแพทย์" หนีการแข่งขันที่บดขยี้ (Neijuan)

ภาพจำของนักเรียนจีนในสายตาชาวโลก คือเด็กที่ขยันขันแข็ง ท่องตำราวันละ 9-10 ชั่วโมง เพื่อเตรียมตัวสู้ศึก "เกาเข่า" (Gaokao) หรือการสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่ขึ้นชื่อว่าหฤโหดที่สุดในโลก แต่ภายใต้ความสำเร็จทางวิชาการและระบบการศึกษาที่สร้างเด็กหัวกะทิ กลับมีด้านมืดที่กำลังกัดกินเยาวชนจีนอย่างเงียบๆ

เมื่อความกดดันพุ่งถึงขีดสุด วัยรุ่นจำนวนไม่น้อยไม่ได้เลือกทางออกด้วยการลุกขึ้นสู้ แต่เลือกที่จะ "หนี" ผ่านการใช้ยาตามใบสั่งแพทย์แบบผิดวิธี เพื่อแสวงหาความเคลิบเคลิ้มมึนเมา (Pharmaceutical High) ให้ลืมโลกความเป็นจริงชั่วขณะ

(BBC - GETTY IMAGES)

จากยาแก้ไอ สู่ยาระงับประสาท ทางออกของคนไม่อยากเป็น "ขี้แพ้"

เสี่ยวเหม่ย (นามสมมติ) เด็กหญิงวัย 14 ปี จากห้องเรียนระดับหัวกะทิในมณฑลชายฝั่งของจีน คือหนึ่งในภาพสะท้อนของวิกฤตนี้ โรงเรียนของเธอใช้ระบบ "คัดออก" (Elimination System) หากเกรดตกเพียงนิดเดียว จะถูกเตะออกจากห้องเรียนเด็กเก่งทันที ความกลัวที่จะกลายเป็นคนล้มเหลว ทำให้เธอเริ่มหันหน้าเข้าหายา

จุดเริ่มต้นเล็กๆ มาจากการกินยาแก้ไอเกินขนาดเพื่อผ่อนคลายความเครียด ก่อนจะบานปลายไปสู่การลองยาชนิดอื่นที่รุนแรงขึ้น ทั้งยาบรรเทาอาการปวดประสาท ไปจนถึงยาระงับอาการชักจากโรคลมชัก บางครั้งเธอกินยามากถึง 10-50 เม็ดต่อครั้ง เพียงเพื่อสัมผัสอาการชาและภาพหลอนชั่วขณะ

เมื่อรู้สึกกดดันจากการเรียน ทำข้อสอบได้ไม่ดี หรือทะเลาะกับพ่อแม่ ฉันก็จะกินยาพวกนี้... ฉันกำลังหนีจากความเป็นจริง

เสี่ยวเหม่ยสารภาพ

(BBC - GETTY IMAGES)

Neijuan (การแข่งขันที่บดขยี้) และวัฒนธรรม "พ่อแม่ไก่"

คำถามคือ เด็กเหล่านี้แบกรับอะไรไว้บ้าง? หากเจาะลึกลงไปในบริบทสังคมจีนยุคปัจจุบัน จะพบกับคำศัพท์ฮิตอย่าง Neijuan (内卷 - เน่ยจ่วน) หรือ Involution ซึ่งหมายถึง "การแข่งขันที่บดขยี้กันเอง" ในสภาวะที่ทรัพยากรและโอกาสมีจำกัด ทุกคนต้องทำงานหนักขึ้น เรียนหนักขึ้น เพียงเพื่อให้อยู่รอดในจุดเดิม

เซียง เปียว นักสังคมวิทยาชาวจีน ชี้ให้เห็นว่ารากเหง้าของปัญหานี้มาจากการที่เด็กเจเนอเรชันนี้ (ผลผลิตจากอดีตนโยบายลูกคนเดียว) ต้องแบกรับความหวังทั้งหมดของครอบครัวเอาไว้ เกิดเป็นปรากฏการณ์ "Chicken Parents" หรือ "พ่อแม่ไก่" (Jiwa) ที่คอยจิกกัดเคี่ยวเข็ญให้ลูกเรียนพิเศษอย่างหนัก

สถิติจากปี 2019 ชี้ว่า เด็กจีนอายุต่ำกว่า 15 ปีถึง 60% ต้องเรียนกวดวิชาอย่างน้อย 1 แห่ง แม้รัฐบาลจีนจะพยายามออกกฎหมายแบนสถาบันกวดวิชาที่แสวงหากำไรเพื่อลดภาระเด็ก แต่ผลลัพธ์กลับกลายเป็นการผลักให้การกวดวิชาลงไปอยู่ใต้ดิน และทำให้ค่าเรียนแพงขึ้นไปอีก พ่อแม่ยังคงวิตกกังวล และเด็กก็ยังคงต้องเรียนหนักเหมือนเดิม จนเกิดภาวะหมดไฟ (Burnout) และซึมเศร้าในวงกว้าง

(BBC - GETTY IMAGES)

ตลาดมืดออนไลน์ ยาเสพติดราคา 33 บาทที่ส่งตรงถึงหน้าบ้าน

สิ่งที่น่าตกใจไม่แพ้แรงกดดัน คือ "ความง่าย" ในการเข้าถึงยาเหล่านี้ เนื่องจากจีนเป็นประเทศผู้ผลิตส่วนประกอบทางเภสัชกรรม (API) รายใหญ่ที่สุดของโลก ยาตามใบสั่งแพทย์จึงมีราคาถูกมาก ยา 50 เม็ดอาจมีราคาไม่ถึง 1 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 33 บาท)

ในห้องแชทออนไลน์ วัยรุ่นต่างตั้งกลุ่มแลกเปลี่ยนสูตรการกินยา แชร์วิธีปลอมแปลงใบสั่งยาของพ่อแม่ และแนะนำยาแปลกๆ อย่างยาผู้ป่วยพาร์กินสันเพื่อสร้างภาพหลอน แม้แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซจะให้กรอกเลขบัตรประชาชนที่ระบุอายุ แต่การสั่งซื้อยากลับทำได้ง่ายดายเพียงปลายนิ้วคลิก โดยไม่มีการตั้งคำถามจากผู้ขาย และกล่องยาจะถูกส่งตรงถึงหน้าประตูบ้านอย่างรวดเร็ว

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ภาครัฐขยับตัว จัดระเบียบการศึกษา สกัดยาเสพติดออนไลน์

รัฐบาลจีนไม่ได้นิ่งนอนใจกับวิกฤตนี้ นอกจากจะเริ่มปฏิบัติการกวาดล้างและควบคุมการขายยาออกฤทธิ์ต่อจิตประสาททางออนไลน์อย่างเข้มงวดแล้ว ล่าสุดในเดือนมีนาคม 2026 กระทรวงศึกษาธิการของจีนเพิ่งออกประกาศชุดใหญ่เพื่อ "ลดความกดดันทางวิชาการ" โดยสั่งห้ามโรงเรียนจัดการสอบบ่อยเกินความจำเป็น ห้ามสั่งการบ้านเยอะเกินไป และที่สำคัญคือ "ห้ามโรงเรียนลิดรอนเวลาพักเบรกของเด็ก" โดยเด็ดขาด

ทว่านั่นอาจยังไม่พอ เพราะรายงาน "สมุดปกน้ำเงินว่าด้วยสุขภาพจิตของจีน" (China's Mental Health Blue Book) เปิดเผยตัวเลขที่น่าตกใจว่า จีนมีผู้ป่วยภาวะซึมเศร้าเกือบ 95 ล้านคน และกว่า 30% ของจำนวนนี้คือเด็กที่อายุต่ำกว่า 18 ปี ในขณะที่จีนมี "จิตแพทย์เด็ก" ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนเพียงประมาณ 500 คนทั้งประเทศ และกระจุกตัวอยู่แค่ในเมืองใหญ่เท่านั้น

(BBC - GETTY IMAGES)

ยาถอนพิษที่ทรงพลังที่สุด คือ "การรับฟัง"

การไล่จับผู้ขายยาออนไลน์หรือการออกกฎกระทรวง อาจเป็นการแก้ปัญหาที่เชิงโครงสร้าง แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่า ยาถอนพิษที่ทรงพลังที่สุดไม่ได้อยู่ในโรงพยาบาลหรือรัฐสภา แต่อยู่ที่ "บ้าน"

จุดเปลี่ยนของเสี่ยวเหม่ยเกิดขึ้นเมื่อเธอกินยาเกินขนาดจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด แทนที่พ่อแม่จะด่าทอหรือลงโทษ พวกเขากลับใช้วิธีที่อ่อนโยน รับฟัง และแสดงให้เห็นว่าพวกเขาเจ็บปวดแค่ไหนที่เห็นลูกตกอยู่ในสภาพนี้ การมีคนรับฟังและถามไถ่ความรู้สึกจริงๆ โดยไม่ต้องบอกให้ "อดทนและเข้มแข็งเข้าไว้" คือสิ่งที่ดึงเสี่ยวเหม่ยกลับมาจากขอบเหวได้สำเร็จ ปัจจุบันเธอเลิกยาเด็ดขาดและกลับมาทำคะแนนสอบได้ดีอีกครั้ง

(BBC - GETTY IMAGES)

ลู่ จิงฉาน ชายหนุ่มวัย 22 ปีที่เคยผ่านการใช้ยาเกินขนาดมาแล้วถึง 4 ครั้งเพื่อหนีจากโรคซึมเศร้า ก็ผันตัวมาเป็นกระบอกเสียงเตือนสติวัยรุ่นในโลกออนไลน์ว่า

ยาเสพติดผลักดันคุณไปสู่ขอบเหวแห่งความบ้าคลั่ง... ผมหวังว่าพวกคุณจะสามารถเผชิญหน้ากับชีวิตได้อย่างตรงไปตรงมา โดยไม่ต้องพึ่งยาเพื่อระงับความรู้สึก ผมเชื่อว่าชีวิตของพวกคุณจะดีขึ้น และพบกับความสุขในที่สุด

วิกฤตวัยรุ่นจีนครั้งนี้ เป็นสัญญาณเตือนภัยถึงสังคมที่ขับเคลื่อนด้วยการแข่งขันสูงทั่วโลก ว่าสุดท้ายแล้ว ความสำเร็จทางวิชาการจะมีค่าอะไร หากต้องแลกมาด้วยจิตวิญญาณที่แหลกสลายของเด็กคนหนึ่ง


บทความที่เกี่ยวข้อง

แลคตาซอย เปิดแคมเปญ “HEART CARE SHARE” ชวนคนไทยเรียนรู้ทักษะช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน
Health

แลคตาซอย เปิดแคมเปญ “HEART CARE SHARE” ชวนคนไทยเรียนรู้ทักษะช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน

แลคตาซอย เปิดแคมเปญ “HEART CARE SHARE” ชวนคนไทยเรียนรู้ทักษะช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน

มงคลกร พุฒธะพันธ์·
สธ. ยกระดับการป้องกัน! เคาะเพิ่ม 4 โรคติดต่อ "ต้องเฝ้าระวัง" เจาะลึกภัยเงียบที่คนไทยห้ามมองข้าม
Health

สธ. ยกระดับการป้องกัน! เคาะเพิ่ม 4 โรคติดต่อ "ต้องเฝ้าระวัง" เจาะลึกภัยเงียบที่คนไทยห้ามมองข้าม

สธ. ยกระดับการป้องกัน! เคาะเพิ่ม 4 โรคติดต่อ "ต้องเฝ้าระวัง" เจาะลึกภัยเงียบที่คนไทยห้ามมองข้าม

มงคลกร พุฒธะพันธ์·
อาบแสงสีแดง เทรนด์ผิวใส ฟื้นฟูร่างกาย ได้ผลจริง หรือแค่กระแส ?
Health

อาบแสงสีแดง เทรนด์ผิวใส ฟื้นฟูร่างกาย ได้ผลจริง หรือแค่กระแส ?

อาบแสงสีแดง เทรนด์ผิวใสและฟื้นฟูร่างกาย.. ได้ผลจริง หรือแค่กระแส?

มงคลกร พุฒธะพันธ์·