
WHO เลือก "ประเทศไทย" เป็นเจ้าภาพจัดประชุมสุดยอดการแพทย์ดั้งเดิมระดับโลก ครั้งที่ 3 ในปี 2570
WHO เลือก "ประเทศไทย" เป็นเจ้าภาพจัดประชุมสุดยอดการแพทย์ดั้งเดิมระดับโลก ครั้งที่ 3 ในปี 2570

WHO เลือก "ประเทศไทย" เป็นเจ้าภาพจัดประชุมสุดยอดการแพทย์ดั้งเดิมระดับโลก ครั้งที่ 3 ในปี 2570
ถือเป็นความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่และเป็นข่าวดีที่นำความภาคภูมิใจมาสู่วงการสาธารณสุขไทยและประชาชนชาวไทยทั้งประเทศ เมื่อองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้มีหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการ เลือก "ประเทศไทย" ให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับโลกด้านการแพทย์ดั้งเดิม ครั้งที่ 3 (3rd WHO Global Summit on Traditional Medicine) ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในปี พ.ศ. 2570
การได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพในครั้งนี้ไม่ได้มาด้วยความบังเอิญ แต่เป็นผลสำเร็จจากการที่ประเทศไทยต้องผ่านกระบวนการคัดเลือกที่เข้มข้นและแข่งขันกับประเทศผู้สมัครอื่น ๆ การตัดสินใจของ WHO ในครั้งนี้จึงเป็นเครื่องสะท้อนที่สำคัญยิ่งถึงความเชื่อมั่น ความพร้อม และศักยภาพของระบบการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกของไทยในเวทีสากล
เวที Global Summit คือการกำหนดนโยบายโลก
นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้เปิดเผยข่าวดีนี้พร้อมให้มุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับความสำคัญของเวทีประชุมสุดยอดระดับโลกว่า การประชุม Global Summit นี้ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สำหรับการนำเสนอผลงานทางวิชาการเท่านั้น แต่เป็น เวทีระดับผู้กำหนดนโยบาย (Policy Maker Level) ครั้งสำคัญที่รวบรวมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ผู้นำด้านสาธารณสุข ผู้เชี่ยวชาญ และนักวิจัยจากทั่วโลก เพื่อมาหารือ กำหนดทิศทาง และวางนโยบายสุขภาพในระดับนานาชาติ
เมื่อย้อนกลับไปในการประชุมสุดยอดด้านการแพทย์ดั้งเดิมระดับโลก ครั้งที่ 2 (Second WHO Global Summit on Traditional Medicine) ซึ่งจัดขึ้น ณ กรุงนิวเดลี สาธารณรัฐอินเดีย จะเห็นภาพความยิ่งใหญ่และความตื่นตัวของคนทั่วโลกได้ชัดเจน โดยมีผู้แทนเข้าร่วมงานจากกว่า 107 ประเทศ พร้อมด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขถึง 25 คน ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจ ความมุ่งมั่น และความตื่นตัวของประเทศสมาชิกในการส่งเสริมการแพทย์ดั้งเดิม การแพทย์ทางเลือก และการแพทย์บูรณาการ ตลอดจนความต้องการรับการสนับสนุนด้านวิชาการและเทคนิคจากองค์การอนามัยโลกที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โอกาสสำคัญของไทยในการผลักดัน "การแพทย์ดั้งเดิม" สู่ระบบสุขภาพหลัก
การเป็นเจ้าภาพจัดประชุมในปี 2570 ของประเทศไทย จึงเป็นโอกาสทองและมูฟเมนต์สำคัญในการผลักดันการแพทย์ดั้งเดิมเข้าสู่ระบบสุขภาพหลัก (Mainstream Health System) ของแต่ละประเทศอย่างเป็นรูปธรรม โดยเวทีนี้จะเอื้อให้เกิดการเจรจาความร่วมมือระหว่างรัฐต่อรัฐ (Government-to-Government) ในการกำหนดมาตรฐานสากลเพื่อการยอมรับผลิตภัณฑ์สมุนไพร และการเชื่อมโยงเครือข่ายบริการสุขภาพระหว่างประเทศ ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนทั้งมิติทางด้านสุขภาพ สังคม และเศรษฐกิจระหว่างประเทศไปพร้อม ๆ กัน
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมเดินหน้าทำงานอย่างใกล้ชิดกับศูนย์การแพทย์ดั้งเดิมระดับโลกของ WHO (WHO Global Traditional Medicine Centre) เพื่อเตรียมความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพทุกมิติ ทั้งด้านวิชาการ การจัดการ และการรับรองผู้แทนระดับสูงจากทั่วโลก
การได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการยกระดับภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยสู่เวทีระดับโลกแล้ว ยังเป็นโอกาสสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสุขภาพ และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Medical & Wellness Tourism) ของประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป
นายพัฒนา กล่าวสรุป
นี่คือจังหวะก้าวสำคัญที่ไทยจะประกาศให้โลกรับรู้ถึงศักยภาพของ "ภูมิปัญญาไทย" ในการเป็นหนึ่งในเสาหลักของสุขภาพโลกอย่างยั่งยืน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตาแห้ง ภัยเงียบคนติดจอ! "บำรุงราษฎร์" ยกระดับคลินิกตาแห้ง ชูนวัตกรรมเจาะลึกต้นเหตุ รักษาตรงจุด
ตาแห้ง ภัยเงียบคนติดจอ! "บำรุงราษฎร์" ยกระดับคลินิกตาแห้ง ชูนวัตกรรมเจาะลึกต้นเหตุ รักษาตรงจุด

ไขความลับ "อายุยืน" จากน้องหมา เบาะแสใหม่ในเลือดที่คล้ายกับคนเป๊ะ!
ไขความลับ "อายุยืน" จากน้องหมา เบาะแสใหม่ในเลือดที่คล้ายกับคนเป๊ะ!

ธุรกิจโรงพยาบาล ทุ่มลงทุนเทคโนโลยี แต่เมินแก้ปัญหาพื้นฐาน รอคิวนาน-ติดเชื้อ-จ่ายยาพลาด
ทุ่มลงทุนเทคโนโลยี แต่เมินแก้ปัญหาพื้นฐาน รอคิวนาน-ติดเชื้อ-จ่ายยาพลาด