
ไทยอาจเป็น 'ฮับการแพทย์โลก' เร็วกว่าเดิม ? 'ศิริราช' พลิกโฉมวงการแพทย์! ชูโมเดล PPP ดึงบริษัทยาโลกวิจัยในไทย ปั้น เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่
ไทยอาจเป็น 'ฮับการแพทย์โลก' เร็วกว่าเดิม ? 'ศิริราช' พลิกโฉมวงการแพทย์! ชูโมเดล PPP ดึงบริษัทยาโลกวิจัยในไทย ปั้น เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่
ไทยอาจเป็น 'ฮับการแพทย์โลก' เร็วกว่าเดิม ? 'ศิริราช' พลิกโฉมวงการแพทย์! ชูโมเดล PPP ดึงบริษัทยาโลกวิจัยในไทย ปั้น เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่
เมื่อพูดถึง "ศิริราช" หลายคนคงนึกถึงโรงพยาบาลรัฐขนาดใหญ่ที่เป็นที่พึ่งพิงของประชาชนมาอย่างยาวนาน แต่วันนี้ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ภายใต้การนำของ ศ.นพ.กีรติ เจริญชลวานิช กำลังก้าวข้ามบทบาทเดิม สู่การเป็น "เครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจตัวใหม่ (New Growth Engine)" ของประเทศไทย เพื่อรับมือกับสังคมสูงวัยและยกระดับสู่การเป็นสถาบันการแพทย์ชั้นนำติดอันดับ 1 ใน 100 ของโลก
ด้วยแผนยุทธศาสตร์ 4 ปี (1,461 วัน) ศิริราชไม่ได้มองตัวเองเป็นเพียง "ศูนย์รักษาพยาบาล" อีกต่อไป แต่กำลังเปลี่ยนตัวเองเป็น "ผู้สร้างมูลค่า" ที่จะดึงดูดเม็ดเงินลงทุนระดับโลกเข้ามาขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

ชูโมเดล PPP แม่เหล็กดึง "Clinical Trials" สหรัฐฯ - สิงคโปร์
หัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้คือ การใช้โมเดล ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน (Public-Private Partnership: PPP) เพื่อดึงดูดบริษัทยาและชีวเวชภัณฑ์ระดับโลก จากศูนย์กลางนวัตกรรมอย่างสหรัฐอเมริกาและสิงคโปร์ ให้เข้ามาทำการทดลองทางคลินิก ในประเทศไทย
ศิริราชจะใช้จุดแข็งที่มีอยู่ ทั้ง "ศูนย์ทดลองทางคลินิก" และ "ศูนย์วิทยาการเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ" รวมถึงบุคลากรและฐานข้อมูลผู้ป่วย เป็นแม่เหล็กดึงดูดการลงทุนวิจัยยาและการรักษาขั้นสูง
ประโยชน์ที่คนไทยจะได้รับ ไม่เพียงแต่จะสร้างรายได้มหาศาลจากการลงทุนวิจัย เข้าประเทศ แต่ผู้ป่วยชาวไทยจะมีโอกาสเข้าถึงนวัตกรรมยาและเทคโนโลยีการรักษาใหม่ล่าสุดได้เร็วขึ้น โดยไม่ต้องรอการนำเข้าในราคาสูงลิ่ว
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
บทความไทยเปิดตัวใช้ "วัคซีนมะเร็งเฉพาะบุคคล" รักษาผู้ป่วยจริงแล้ว เล็งขยาย Medical Visa ดันไทยเป็นฮับการแพทย์ระดับโลก
บทความ‘ศิริราช’ เปิดตัวเครื่องฉายแสงรักษามะเร็ง Halcyon V.5 ล็อกเป้าแม่นยำ ฉายไว ไม่ทำร้ายเซลล์ดี
บทความธุรกิจโรงพยาบาล ทุ่มลงทุนเทคโนโลยี แต่เมินแก้ปัญหาพื้นฐาน รอคิวนาน-ติดเชื้อ-จ่ายยาพลาด

ลุย Deep Health Tech ผลิตยาขั้นสูง (ATMP) ในประเทศ
ศิริราชยังร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข รับบทเป็น "พี่เลี้ยง" แบ่งปันทรัพยากรห้องปฏิบัติการขั้นสูงมาตรฐานสากล (GMP) เพื่อวิจัยและผลิต ผลิตภัณฑ์การแพทย์ขั้นสูง
ตัวอย่างโครงการสำคัญ ได้แก่
Genomics Thailand: ศึกษาข้อมูลพันธุศาสตร์เพื่อการวินิจฉัยและรักษาแบบจำเพาะบุคคล
CAR T-Cell Therapy: นวัตกรรมรักษามะเร็งด้วยการดัดแปลงพันธุกรรมเซลล์ภูมิคุ้มกัน
Gene Editing: นวัตกรรมการตัดต่อยีนเพื่อรักษาโรคทางพันธุกรรมที่ซับซ้อน
การมีห้องแล็บและกระบวนการผลิต ATMP ในประเทศ จะพลิกบทบาทของไทยจาก "ผู้ซื้อเทคโนโลยี" สู่การเป็น "ผู้ร่วมคิดค้นและพัฒนา" อย่างเต็มภาคภูมิ

เลิก "ล้อหมุนฟรี" ผนึก 5 โรงเรียนแพทย์แชร์บิ๊กดาต้า
เพื่อยุติปัญหาการทำงานวิจัยซ้ำซ้อนหรืองานวิจัยที่ไม่ได้ถูกนำไปต่อยอด (ล้อหมุนฟรี) ศิริราชได้สร้างความร่วมมือข้ามสถาบันกับโรงเรียนแพทย์ชั้นนำอีก 4 แห่ง ได้แก่ รพ.รามาธิบดี, รพ.จุฬาลงกรณ์, ม.ธรรมศาสตร์ และ ม.สงขลานครินทร์
การแชร์ฐานข้อมูล (Big Data) และแบ่งหน้าที่กันศึกษาโรคเฉพาะทาง จะช่วยให้ประเทศมีงานวิจัยระดับชาติ (National Scale) ที่มีความน่าเชื่อถือในเวทีสากล และสามารถนำผลวิจัยไปจดสิทธิบัตรหรือผลักดันสู่เชิงพาณิชย์ได้อย่างแท้จริง
เมกะโปรเจกต์ 2 หมื่นล้าน สู่ "One Siriraj"
เพื่อรองรับการเติบโตเป็น Medical Hub ในระยะ 3-5 ปี ศิริราชเตรียมอัดฉีดงบลงทุนโครงสร้างพื้นฐานกว่า 20,000 ล้านบาท นำทัพโดย โครงการศิริราช บางโพ (Siriraj Bang Pho) มูลค่า 17,000 ล้านบาท ซึ่งจะติดตั้งเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างเครื่องฉายรังสีโปรตอน เพื่อรองรับผู้ป่วยชาวไทยและนักท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Tourism) จากทั่วโลก โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2574-2575

นอกจากนี้ ยังมีโครงการอาคารผู้ป่วยสถานีรถไฟฟ้า (Main Campus) งบประมาณ 3,000 ล้านบาท ที่เน้นการบริการผ่าตัดวันเดียวกลับ (Ambulatory Care) คาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 2573
การยกระดับศิริราชด้วยโมเดล PPP ไม่เพียงสร้างความมั่นคงทางการเงินให้โรงพยาบาล แต่ผลกำไรเหล่านี้จะถูกหมุนเวียนกลับมาเป็นต้นทุนดูแลผู้ป่วยบัตรทองและสิทธิข้าราชการ (ที่ครองสัดส่วนกว่า 75% ของผู้ป่วยใน)
วิสัยทัศน์ในอีก 1,461 วันของศิริราช จึงไม่ใช่แค่การรักษาพยาบาล แต่คือการนำพาประเทศไทยให้ทะยานขึ้นสู่เวทีโลกในฐานะศูนย์กลางนวัตกรรมสุขภาพอย่างยั่งยืน

บทความที่เกี่ยวข้อง

สธ. ยกระดับการป้องกัน! เคาะเพิ่ม 4 โรคติดต่อ "ต้องเฝ้าระวัง" เจาะลึกภัยเงียบที่คนไทยห้ามมองข้าม
สธ. ยกระดับการป้องกัน! เคาะเพิ่ม 4 โรคติดต่อ "ต้องเฝ้าระวัง" เจาะลึกภัยเงียบที่คนไทยห้ามมองข้าม

สถานการณ์โควิด 19 ในปี 2569 ผู้ป่วยเพิ่มขึ้น แต่อัตราการเสียชีวิตลดลง
กรมควบคุมโรคได้ออกมาชี้แจงถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ในประเทศไทย เพื่อลดความตื่นตระหนกจากกระแสข่าวลือในโลกออนไลน์ที่ระบุว่าโรคนี้กลับมาระบาดหนัก

อวสานร้านขายยาขนาดเล็ก ? อาจเจอวิกฤต กว่า 18,000 แห่ง เมื่อ 7 ยักษ์ใหญ่ลุย 'Telepharmacy'
ร้านยาแถวบ้านอาจหายไป? เมื่อ 7 ยักษ์ใหญ่ลุย "Telepharmacy" ร้านยาขนาดเล็กกว่า 18,000 แห่ง อาจต้องเผชิญวิกฤติใหญ่