สถานการณ์โควิด 19 ในปี 2569 ผู้ป่วยเพิ่มขึ้น แต่อัตราการเสียชีวิตลดลง
News

สถานการณ์โควิด 19 ในปี 2569 ผู้ป่วยเพิ่มขึ้น แต่อัตราการเสียชีวิตลดลง

กรมควบคุมโรคได้ออกมาชี้แจงถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ในประเทศไทย เพื่อลดความตื่นตระหนกจากกระแสข่าวลือในโลกออนไลน์ที่ระบุว่าโรคนี้กลับมาระบาดหนัก

6 การเข้าชม
ฟังบทความ
0:00
8:04

สถานการณ์โควิด 19 ในปี 2569 ผู้ป่วยเพิ่มขึ้น แต่อัตราการเสียชีวิตลดลง

กรมควบคุมโรคได้ออกมาชี้แจงถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ในประเทศไทย เพื่อลดความตื่นตระหนกจากกระแสข่าวลือในโลกออนไลน์ที่ระบุว่าโรคนี้กลับมาระบาดหนัก ซึ่งทางกรมควบคุมโรคยืนยันว่าเป็นข้อมูลเก่าและไม่เป็นความจริง จากข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 31 สิงหาคม 2569 พบว่ามีผู้ป่วยสะสมจำนวน 99,691 ราย ซึ่งคิดเป็นอัตราป่วย 151.34 ต่อประชากรแสนคน

แม้จำนวนผู้ป่วยจะกำลังเพิ่มขึ้นและมีแนวโน้มที่จะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเนื่องจากการเข้าสู่ฤดูฝนที่ส่งผลให้โรคติดเชื้อทางเดินหายใจระบาดได้ง่าย แต่จำนวนผู้ป่วยรวมยังถือว่าน้อยกว่าช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาอย่างมาก ในด้านของความรุนแรงพบว่ามีผู้เสียชีวิตเพียง 15 ราย คิดเป็นอัตราป่วยตายที่ 0.02 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าต่ำกว่าสถิติปีก่อนหน้าอย่างชัดเจน โดยในปี 2566 มีอัตราป่วยตายอยู่ที่ 0.14 เปอร์เซ็นต์ ปี 2567 อยู่ที่ 0.03 เปอร์เซ็นต์ และปี 2568 อยู่ที่ 0.04 เปอร์เซ็นต์

นอกจากนี้ ตลอดปี 2569 กรมควบคุมโรคยังได้รับรายงานการระบาดแบบกลุ่มก้อนหรือคลัสเตอร์รวมทั้งสิ้น 20 เหตุการณ์ โดยพบการกระจุกตัวในเดือนสิงหาคมมากที่สุดถึง 12 เหตุการณ์

ข้อมูลการระบาดแบบกลุ่มก้อนที่สำคัญมีดังนี้:

  • การระบาดในเรือนจำพบมากที่สุดถึง 8 เหตุการณ์ มีผู้ป่วยสะสมรวม 761 ราย

  • สถานศึกษาและโรงเรียนพบการระบาด 5 เหตุการณ์ มีผู้ป่วยสะสม 400 ราย

  • การระบาดในโรงพยาบาล 2 เหตุการณ์ มีผู้ป่วยสะสม 37 ราย

  • ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุและสถานประกอบการพบการระบาดแห่งละ 2 เหตุการณ์

  • ค่ายทหารพบการระบาด 1 เหตุการณ์ มีผู้ป่วยสะสม 27 ราย

สำหรับการกระจายตัวของผู้ป่วยในระดับพื้นที่ กรมควบคุมโรคได้เปิดเผยรายชื่อ 10 จังหวัดที่มีอัตราการป่วยด้วยโรคโควิด 19 สูงสุดเมื่อเทียบกับจำนวนประชากรแสนคน โดยกรุงเทพมหานครครองอันดับหนึ่งด้วยอัตราส่วน 643.65 ต่อประชากรแสนคน รองลงมาคือจังหวัดชลบุรีและภูเก็ต ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการแพร่ระบาดมักกระจุกตัวอยู่ในจังหวัดศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่มีประชากรและนักท่องเที่ยวหนาแน่น ส่วนอันดับอื่นๆ ได้แก่ ลำพูน นนทบุรี นครปฐม ระยอง สระบุรี เชียงใหม่ และอ่างทอง ตามลำดับ

เมื่อวิเคราะห์ตามช่วงอายุ พบว่าผู้ป่วยสามารถพบได้ในทุกวัย แต่กลุ่มที่น่าเป็นห่วงในแง่ของอัตราการป่วยสูงสุดคือกลุ่มเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 1 ปี รองลงมาคือกลุ่มอายุ 1-4 ปี กลุ่ม 30-39 ปี และกลุ่ม 20-29 ปี ลักษณะการระบาดนี้สะท้อนให้เห็นว่าเชื้อไวรัสมักถูกนำเข้าสู่ครอบครัวผ่านทางผู้ปกครองที่ออกไปทำงานหรือเด็กโตที่ไปโรงเรียน โดยผู้ที่นำเชื้อมาอาจมีอาการเพียงเล็กน้อย แต่นำเชื้อมาติดเด็กเล็กในบ้านที่ไม่ได้ออกไปภายนอก อย่างไรก็ตาม ทารกในช่วง 6 เดือนแรกมักจะมีภูมิคุ้มกันที่ได้รับถ่ายทอดจากมารดา หากมารดาเคยป่วยหรือได้รับวัคซีนป้องกันมาก่อนก็จะช่วยป้องกันทารกได้ เมื่อเด็กเล็กติดเชื้อและมารับการรักษาที่โรงพยาบาล แพทย์จะให้ยาฟาวิพิราเวียร์ ซึ่งส่วนใหญ่พบว่าอาการไม่รุนแรงและสามารถกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้ก่อนรับยาครบ 5 วัน โดยไม่พบกรณีเด็กเล็กเสียชีวิตจากโควิด 19 ในระลอกนี้

ในทางกลับกัน กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงสุดต่อการเสียชีวิตกลับกลายเป็นผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบาง จากจำนวนผู้เสียชีวิตทั้ง 15 ราย พบว่า 14 รายเป็นผู้สูงอายุที่วัยเกิน 60 ปีขึ้นไปและมีโรคประจำตัวร่วมด้วย เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคไตวายเรื้อรัง และโรคมะเร็ง จังหวัดที่มีรายงานผู้เสียชีวิตสูงสุดคือจังหวัดนครราชสีมาจำนวน 3 ราย รองลงมาคือพิษณุโลกและกรุงเทพมหานครจังหวัดละ 2 ราย

สายพันธุ์หลัก NB.1.8.1 อาการที่เปลี่ยนแปลงและภาวะแทรกซ้อนที่ลดลง

ปัจจุบันสายพันธุ์ของโควิด 19 ที่เป็นสาเหตุหลักของการแพร่ระบาดในประเทศไทยคือสายพันธุ์ นิมบัส หรือ NB.1.8.1 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ย่อยของโอมิครอนที่ระบาดมาตั้งแต่ปลายปี 2568 จากการติดตามรหัสพันธุกรรมในช่วงวันที่ 21 กรกฎาคม ถึง 21 สิงหาคม 2569 พบว่าสายพันธุ์นี้ครองสัดส่วนถึงประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ รองลงมาคือสายพันธุ์ JN.1 และ BA.3.2 ลักษณะเด่นของสายพันธุ์ NB.1.8.1 คือความสามารถในการแพร่กระจายเชื้อที่ง่ายและหลบภูมิคุ้มกันเก่ง แต่ความรุนแรงของโรคกลับไม่เพิ่มขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับอัตราการเสียชีวิตที่ลดต่ำลงอย่างชัดเจน

อาการของผู้ที่ติดเชื้อโควิด 19 ในปัจจุบันมีความคล้ายคลึงกับไข้หวัดทั่วไปหรือไข้หวัดใหญ่ ผู้ป่วยมักมีอาการของระบบทางเดินหายใจส่วนบน เช่น มีไข้ต่ำๆ ไอ เจ็บคอ และมีน้ำมูก โดยมีจุดสังเกตพิเศษที่บางรายอาจรู้สึกเจ็บคอแปล๊บคล้ายถูกมีดโกนบาดในลำคอ ในขณะที่อาการจมูกไม่ได้กลิ่นและลิ้นไม่รับรสซึ่งเคยเป็นอาการเด่นในช่วงการระบาดหนัก กลับพบได้น้อยลงมากในการระบาดรอบนี้ นอกจากนี้ ภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ก็ลดความน่ากังวลลงไปด้วยเช่นกัน การเกิดภาวะปอดอักเสบรุนแรง การเกิดลิ่มเลือดอุดตันในปอด หรือแม้แต่ภาวะลองโควิด (Long COVID) ล้วนมีสถิติการพบที่น้อยลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับอดีตที่เคยพบภาวะลองโควิดสูงถึง 30-50 เปอร์เซ็นต์

เฝ้าระวังโรคติดต่อทางเดินหายใจอื่นๆ และแนวทางการปฏิบัติตัว

ในช่วงฤดูฝน นอกเหนือจากโควิด 19 แล้ว ยังมีโรคติดต่อทางเดินหายใจอื่นๆ ที่ระบาดควบคู่กันมาจนต้องเฝ้าระวัง โรคไข้หวัดใหญ่มีผู้ป่วยสะสมตั้งแต่ต้นปีถึง 333,032 ราย และมีผู้เสียชีวิต 48 ราย คิดเป็นอัตราป่วยตายที่ 0.014 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ไวรัสอาร์เอสวี (RSV) พบผู้ป่วย 7,020 ราย ซึ่งมักพบมากที่สุดในเด็กเล็กช่วงอายุ 0-4 ปี และมีสัดส่วนผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลมากถึง 39.34 เปอร์เซ็นต์ แม้จะยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตจากไวรัสอาร์เอสวีในปี 2569 แต่ความรุนแรงในกลุ่มเด็กเล็กถือว่าน่ากังวลกว่าโควิด 19

กรมควบคุมโรคได้เน้นย้ำมาตรการในการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคด้วยหลักการ "ป่วยพัก ลดใกล้ชิด" ผู้ที่มีอาการป่วยควรหยุดพักผ่อนอยู่บ้าน สวมหน้ากากอนามัยอย่างถูกวิธี หลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่แออัดที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก และหมั่นล้างมือทำความสะอาดอยู่เสมอ สำหรับกลุ่มเสี่ยง 608 หากพบว่าติดเชื้อควรคัดแยกตัวเองและรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการประเมินการรักษาอย่างเหมาะสม สถานการณ์ในภาพรวมยังอยู่ภายใต้การควบคุมและระบบสาธารณสุขมีความพร้อม ประชาชนจึงควรติดตามข้อมูลข่าวสารจากแหล่งที่เชื่อถือได้และใช้ชีวิตบนความไม่ประมาท


บทความที่เกี่ยวข้อง

อวสานร้านขายยาขนาดเล็ก ? อาจเจอวิกฤต กว่า 18,000 แห่ง เมื่อ 7 ยักษ์ใหญ่ลุย 'Telepharmacy'
News

อวสานร้านขายยาขนาดเล็ก ? อาจเจอวิกฤต กว่า 18,000 แห่ง เมื่อ 7 ยักษ์ใหญ่ลุย 'Telepharmacy'

ร้านยาแถวบ้านอาจหายไป? เมื่อ 7 ยักษ์ใหญ่ลุย "Telepharmacy" ร้านยาขนาดเล็กกว่า 18,000 แห่ง อาจต้องเผชิญวิกฤติใหญ่

มงคลกร พุฒธะพันธ์·
ฝ่าวิกฤตความเชื่อมั่น เปิดแผน สธ. ปั้น 'หมอพร้อม' ขึ้นแท่นศูนย์กลางข้อมูลสุขภาพ
News

ฝ่าวิกฤตความเชื่อมั่น เปิดแผน สธ. ปั้น 'หมอพร้อม' ขึ้นแท่นศูนย์กลางข้อมูลสุขภาพ

สธ. ฝ่าวิกฤตความเชื่อมั่น จากดราม่าข้อมูล สู่การลุยดัน "หมอพร้อม" สู่ Super App สุขภาพประเทศ

มงคลกร พุฒธะพันธ์·
ทำไม 30 บาทรักษาทุกโรค ถึงเดินหน้าต่อแบบเดิมไม่ได้ ?
News

ทำไม 30 บาทรักษาทุกโรค ถึงเดินหน้าต่อแบบเดิมไม่ได้ ?

สแกน 7 ข้อค้นพบ กมธ.สธ.วุฒิสภา ทำไม 30 บาทรักษาทุกโรค ถึงเดินหน้าต่อแบบเดิมไม่ได้?

มงคลกร พุฒธะพันธ์·