
สิทธิ และข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจ เข้ารับบริการ คลินิกความงาม
สิทธิ และข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจ เข้ารับบริการ คลินิกความงาม

เวลาที่เราอยากจะไปอัปความสวย หรือทำศัลยกรรมเสริมความมั่นใจ แน่นอนว่าทุกคนก็อยากได้ผลลัพธ์ที่ออกมาดูดีและปลอดภัย
แต่จากข่าวที่เรามักจะได้ยินกันบ่อยๆ เรื่องทำแล้วได้ผลลัพธ์ไม่ตรงปก หรือมีปัญหาตามมาทีหลัง ทำให้หลายคนเริ่มกังวลเวลาจะต้องตัดสินใจเลือกคลินิกสักแห่ง
บทความนี้เราเลยอยากมาแชร์ความรู้แบบเข้าใจง่ายๆ ว่าก่อนที่เราจะตัดสินใจเดินเข้าคลินิก หรือยอมจ่ายเงินหลักหมื่นหลักแสน เราควรต้องรู้อะไรบ้าง เพื่อให้การทำสวยของเราปลอดภัย สบายใจ และได้มาตรฐาน
คลินิกความงามที่ถูกต้อง ดูกันตรงไหน?
หลายคนอาจจะสงสัยว่า คลินิกที่เราเห็นกันเยอะแยะ เค้ามีกฎกติกาอะไรควบคุมบ้างไหม? คำตอบคือมี ในทางกฎหมาย คลินิกความงามจะถูกเรียกว่า "คลินิกเวชกรรม" ซึ่งก็คือสถานพยาบาลแบบที่ไม่ต้องนอนค้างคืนนั่นเอง และต้องดูแลโดยหน่วยงานของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด
กฎเหล็กที่จำง่ายๆ เลยก็คือ หัตถการอะไรก็ตามที่ต้อง "ทะลุผิวหนัง" ลงไป ไม่ว่าจะเป็นการฉีด การทำเลเซอร์ หรือใช้เครื่องมือที่ปล่อยพลังงานความร้อนต่างๆ สิ่งเหล่านี้ไปยุ่งเกี่ยวกับเนื้อเยื่อในร่างกายเราโดยตรง กฎหมายจึงบังคับเลยว่า #ต้องทำโดยหมอเท่านั้น จะให้พนักงานทั่วไปมาทำให้ไม่ได้เด็ดขาด เพราะเรื่องความปลอดภัยของโครงสร้างร่างกายเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง
เช็กให้ชัวร์ก่อนขึ้นเตียง คลินิกและหมอต้องมีอะไรบ้าง?
ก่อนจะตกลงปลงใจ คนไข้มีสิทธิที่จะขอดูข้อมูลเพื่อความชัวร์ ซึ่งคลินิกที่ได้มาตรฐานและปลอดภัยจริงๆ จะต้องโชว์ป้ายพวกนี้ไว้ให้เราเห็นชัดๆ
ใบอนุญาตคลินิก (สพ.7 และ สพ.19)
จะมีใบที่บอกว่าใครเป็นเจ้าของกิจการ (ซึ่งเจ้าของอาจจะไม่ใช่หมอก็ได้) แต่อีกใบที่สำคัญมากคือใบที่บอกว่า "ผู้ดำเนินการ" เป็นใคร ซึ่งคนนี้แหละ ที่บังคับว่าต้องเป็นคุณหมอเท่านั้น
เช็กชื่อหมอ
คุณหมอที่ทำการรักษาต้องมีใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม ซึ่งเราสามารถเอาชื่อ-นามสกุลของคุณหมอ ไปเสิร์ชในเว็บไซต์ของ "แพทยสภา" เพื่อเช็กข้อมูลได้ง่ายๆ
ป้ายรูปหมอพร้อมเวลาทำการ (สพ.6)
คลินิกต้องมีป้ายที่มีรูปคุณหมอ พร้อมระบุวันเวลาชัดเจนว่าคุณหมอเข้าตรวจวันไหนบ้าง เพื่อยืนยันว่ามีหมอตัวจริงคอยดูแลเราอยู่
เซ็นใบยินยอมแล้ว แปลว่าหมอทำพังก็ไม่ผิด... จริงหรือ?
อันนี้เป็นเรื่องที่หลายคนเข้าใจผิดกันเยอะมาก ตามหลักแล้ว ใบยินยอมจะมีผลก็ต่อเมื่อคุณหมอได้อธิบายให้เราเข้าใจแบบทะลุปรุโปร่งแล้วจริงๆ ว่าสิ่งที่เรากำลังจะทำมีข้อดีข้อเสียยังไง มีความเสี่ยงอะไรบ้าง ถ้าจู่ๆ ยื่นกระดาษมาให้เซ็นโดยไม่อธิบายอะไรเลย แบบนี้ถือว่าการยินยอมนั้นไม่สมบูรณ์
ที่สำคัญเลย การที่เราเซ็นชื่อไป ไม่ได้แปลว่าคุณหมอจะทำอะไรกับร่างกายเราก็ได้ ถ้าเกิดข้อผิดพลาดที่มาจากความประมาท หรือทำไม่ได้ตามมาตรฐานวิชาชีพแพทย์ ยังไงคุณหมอและสถานพยาบาลก็ต้องรับผิดชอบ นอกจากนี้ข้อมูลการโฆษณาต่างๆ ที่คลินิกสื่อสารออกมา ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาด้วยเหมือนกัน
ถ้าผลลัพธ์ไม่ปัง หรือมีปัญหา ต้องไปหาใคร?
ถ้าเกิดเหตุสุดวิสัย ไปทำแล้วมีปัญหาจริงๆ หรือรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม เราสามารถรวบรวมหลักฐานพวกรูปถ่าย แชทพูดคุย หรือสลิปโอนเงิน แล้วไปขอคำปรึกษาจากหน่วยงานเหล่านี้ได้เลย
กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.)
หน่วยงานนี้จะช่วยตรวจสอบให้ว่าคลินิกนั้นเปิดถูกต้องไหม สถานที่ เครื่องมือ และระบบความปลอดภัยต่างๆ ได้มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนดหรือเปล่า
แพทยสภา
ถ้ามีปัญหาเรื่องมาตรฐานการรักษาของคุณหมอ หรือสงสัยว่าคนที่ทำให้เราเป็นหมอจริงไหม แพทยสภาจะเป็นหน่วยงานหลักที่เข้ามาดูแลเรื่องนี้
สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)
สำหรับปัญหาเรื่องการโฆษณาเกินจริง หรือรู้สึกว่าโดนเอาเปรียบเรื่องค่าบริการและสัญญาต่างๆ ไปหา สคบ. ได้เลย
การทำสวยเป็นเรื่องของความสุขและความมั่นใจ ดังนั้นการรู้สิทธิ์ของตัวเองและเลือกคลินิกที่ใส่ใจเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก จะช่วยให้เราทำสวยได้อย่างสบายใจและได้ผลลัพธ์ที่น่าประทับใจที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

อาบแสงสีแดง เทรนด์ผิวใส ฟื้นฟูร่างกาย ได้ผลจริง หรือแค่กระแส ?
อาบแสงสีแดง เทรนด์ผิวใสและฟื้นฟูร่างกาย.. ได้ผลจริง หรือแค่กระแส?

เกิดความรุนแรงในโรงเรียน เพราะ 'ระบบดูแลเด็ก' กำลังมีรูรั่ว ?
เมื่อเกิดเหตุความรุนแรงในโรงเรียน เรากำลังแก้ปัญหาที่ต้นเหตุจริงๆ หรือ กำลังแก้แค่สิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า ?

คนรุ่นใหม่วัย 20-30 ปี เปย์หนักให้ "สุขภาพ" ถือคติ กันไว้ดีกว่าแก้
หมดยุคสายปาร์ตี้? ส่องเทรนด์คนรุ่นใหม่วัย 20-30 ปี เปย์หนักให้ "สุขภาพ" ถือคติกันไว้ดีกว่าแก้