
อวสานร้านขายยาขนาดเล็ก ? อาจเจอวิกฤต กว่า 18,000 แห่ง เมื่อ 7 ยักษ์ใหญ่ลุย 'Telepharmacy'
ร้านยาแถวบ้านอาจหายไป? เมื่อ 7 ยักษ์ใหญ่ลุย "Telepharmacy" ร้านยาขนาดเล็กกว่า 18,000 แห่ง อาจต้องเผชิญวิกฤติใหญ่

ร้านยาแถวบ้านอาจหายไป? เมื่อ 7 ยักษ์ใหญ่ลุย "Telepharmacy" ร้านยาขนาดเล็กกว่า 18,000 แห่ง อาจต้องเผชิญวิกฤติใหญ่
ในยุคที่เราสามารถสั่งของทุกอย่าง ได้ผ่านแอปพลิเคชันเป็นเรื่องปกติ 'ยา' ก็กำลังจะกลายเป็นอีกหนึ่งสินค้าที่เราสามารถสั่งผ่านช่องทางออนไลน์ได้แบบเต็มรูปแบบ กลายเป็นประเด็นชี้ชะตาร้านยารายย่อย เมื่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ไฟเขียวให้ 7 แพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่เปิดให้บริการเภสัชกรรมทางไกล หรือ Telepharmacy อย่างเป็นทางการ
ซึ่งแพลตฟอร์มเหล่านี้ล้วนเป็นชื่อที่เราคุ้นเคยกันดี ไม่ว่าจะเป็น LINE MAN, Shopee, ALL PharmaSee ของซีพี ออลล์, ร้านยากรุงเทพ, AskMacy ของฟาสซิโน, PharmCare และ Telehealth Thailand บริการนี้เปิดโอกาสให้ผู้บริโภค สามารถวิดีโอคอลปรึกษาเภสัชกร สั่งซื้อยาผ่านแอปพลิเคชัน และรอรับยาจากไรเดอร์ที่จะมาส่งถึงหน้าบ้านได้เลย ซึ่งมองในมุมของผู้บริโภคถือเป็นเรื่องที่สะดวกสบาย และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัลอย่างมาก
แต่ในมุมของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะร้านขายยาขนาดเล็กในชุมชน นี่อาจเป็นคลื่นลูกใหญ่ที่เข้ามาสั่นคลอนความอยู่รอดของธุรกิจเลยทีเดียว
สาเหตุที่ร้านขายยาขนาดเล็ก อาจต้องเผชิญวิกฤตหนัก
เพราปัจจุบันประเทศไทย มีร้านขายยาอยู่ประมาณ 23,000 แห่งทั่วประเทศ
แบ่งเป็นร้านยาขนาดเล็กหรือเอสเอ็มอีถึง 18,000 แห่ง
ที่เหลืออีกราว 5,000 แห่งเป็นร้านยาแบบเชนแบรนด์ใหญ่
ปัญหาสำคัญที่ร้านขนาดเล็กกำลังเผชิญเมื่อต้องแข่งขันในยุคออนไลน์คือเรื่องของต้นทุนค่าใช้จ่าย
ตามกฎหมายมาตรฐานร้านยาหรือ GPP กำหนดให้ทุกร้านต้องมีเภสัชกรประจำร้านตลอดเวลา ซึ่งค่าจ้างเภสัชกรในปัจจุบันตกอยู่ที่เดือนละ 50,000 ถึง 100,000 บาท สำหรับร้านเล็กๆ ที่มียอดขายต่อวันไม่มาก การต้องแบกรับต้นทุนส่วนนี้ถือเป็นเรื่องหนักหนา และยังต้องเผชิญกับปัญหาการแย่งตัวเภสัชกรกับร้านแบรนด์ใหญ่ที่มีกำลังทรัพย์มากกว่า โดยเฉพาะในพื้นที่ต่างจังหวัดที่หาเภสัชกรมาประจำร้านได้ยากมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ หากร้านยาขนาดเล็กต้องการปรับตัวด้วยการเข้าไปขายผ่านแอปพลิเคชันเดลิเวอรี่ พวกเขาก็ต้องเผชิญกับความเสี่ยงเรื่องค่าธรรมเนียมหรือค่า GP แม้ในช่วงแรกหลายแพลตฟอร์ม อาจมีโปรโมชั่นดึงดูดใจ หรือให้เริ่มใช้งานได้ฟรี
แต่ในอนาคตหากมีการเก็บค่า GP ในอัตราที่สูงถึง 30 เปอร์เซ็นต์เหมือนกับธุรกิจรับส่งอาหาร ธุรกิจร้านขายยาที่เป็นลักษณะซื้อมาขายไป และมีกำไรต่อชิ้นค่อนข้างบางเบา จะแทบไม่เหลือพื้นที่ให้ทำกำไรได้เลย ท้ายที่สุดเมื่อต้องสู้กับกลุ่มทุนใหญ่ที่มีสายป่านยาวกว่าและมีต้นทุนต่อหน่วยถูกกว่า ร้านยาขนาดเล็กก็อาจต้องทยอยปิดตัวลงตามกันไป
ทางรอดที่สมาคมร้านขายยาเสนอผ่านโมเดลฮับเภสัชกร
เพื่อป้องกันไม่ให้ร้านขายยาในชุมชนต้องล้มหายตายจากไป นายกสมาคมร้านขายยาได้เสนอแนวทางออก ผ่านโมเดลที่เรียกว่า Pharmacy Hub หรือ ฮับเภสัชกร โดยเป็นการตั้งศูนย์รวมเภสัชกรออนไลน์ประจำในแต่ละจังหวัด แนวคิดนี้จะให้ผู้ป่วยเดินเข้าไปที่ร้านขายยาขนาดเล็กใกล้บ้าน จากนั้นเสียบบัตรประชาชนเพื่อยืนยันตัวตน และทำการวิดีโอคอลปรึกษาเภสัชกรที่ศูนย์ฮับ โดยมีเจ้าของร้านยาหรือผู้ช่วยที่ผ่านการอบรมคอยช่วยวัดความดัน วัดไข้ และสังเกตอาการเบื้องต้นอยู่ข้างๆ
วิธีการนี้จะช่วยให้เภสัชกรหนึ่งคนที่ศูนย์ฮับสามารถดูแลให้คำปรึกษาผู้ป่วยในร้านยาขนาดเล็กได้หลายแห่งพร้อมกัน ร้านขายยาก็จะเปลี่ยนมาจ่ายเพียงค่าสมาชิกระบบรายเดือนแทนการจ้างเภสัชกรประจำร้านเต็มเวลาด้วยค่าจ้างหลักแสน ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนได้อย่างมหาศาล ทำให้ร้านยาชุมชนสามารถอยู่รอดได้ ในขณะเดียวกันผู้บริโภคก็ยังได้รับความปลอดภัย เพราะสามารถตรวจสอบตัวตนได้ชัดเจน และได้รับยาที่ถูกเก็บรักษาในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมจากหน้าร้านโดยตรง
เสียงสะท้อนจากผู้บริโภค ระหว่างความสะดวกสบายกับความกังวล
เมื่อประเด็นนี้ถูกพูดถึงในโลกออนไลน์ ก็มีเสียงสะท้อนจากผู้บริโภคออกมาในหลากหลายแง่มุม
อย่างแรกคือเรื่องของความไว้ใจ ผู้บริโภคจำนวนมากยังคงเทใจให้กับร้านขายยาชุมชนที่เภสัชกรเป็นเจ้าของเอง โดยมองว่ามีความใส่ใจในการสอบถามอาการและจัดยาได้ตรงจุดมากกว่า อีกทั้งราคายังเป็นมิตร ต่างจากร้านเชนใหญ่บางแห่งที่พนักงานอาจมีเป้าหมายยอดขายมากำกับ
ต่อมาคือความกังวลเรื่องการผูกขาดตลาด หลายคนกลัวว่าภาพจำของร้านโชห่วยที่ค่อยๆ หายไปจะกลับมาซ้ำรอยกับร้านขายยา หากปล่อยให้กลุ่มทุนใหญ่เข้ามาคุมตลาดได้เบ็ดเสร็จ ในระยะยาวผู้บริโภคอาจไม่มีทางเลือกและต้องยอมซื้อยาในราคาที่แพงขึ้น
ส่วนในเรื่องของความสะดวกสบาย แม้หลายคนจะเห็นด้วยว่าระบบเภสัชกรรมทางไกลมีประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง หรือผู้ที่เดินทางลำบาก แต่ก็มีข้อโต้แย้งว่าเวลาเจ็บป่วย คนเรามักต้องการยาอย่างเร่งด่วน การเดินไปซื้อที่ร้านใกล้บ้านมักจะรวดเร็วกว่าการรอไรเดอร์มาส่ง นอกจากนี้ยังมีความกังวลเกี่ยวกับคุณภาพของยาระหว่างการจัดส่ง เพราะกล่องท้ายรถมอเตอร์ไซค์ไม่ได้มีการควบคุมอุณหภูมิและความชื้น ซึ่งอาจส่งผลให้ยาเสื่อมสภาพได้
สุดท้ายคือข้อกังขาที่มีต่อโมเดลฮับเภสัชกร ผู้บริโภค รวมถึงผู้ประกอบการบางส่วน ตั้งคำถามว่าในทางปฏิบัติ เภสัชกรหนึ่งคนจะสามารถดูแลผู้ป่วยพร้อมกันหลายร้านได้อย่างมีประสิทธิภาพจริงหรือไม่ ?... และหากเป็นการให้คำปรึกษาผ่านระบบออนไลน์โดยไม่มีการยืนยันตัวตนที่รัดกุมพอ ผู้ป่วยจะมั่นใจได้อย่างไรว่ากำลังคุยกับเภสัชกรตัวจริง
ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จึงเป็นโจทย์ใหญ่ที่ทุกฝ่ายต้องหาจุดสมดุล เพื่อให้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย โดยไม่ทิ้งความปลอดภัยและไม่ทำลายระบบนิเวศของร้านยาในชุมชนที่อยู่คู่คนไทยมานาน

บทความที่เกี่ยวข้อง

ฝ่าวิกฤตความเชื่อมั่น เปิดแผน สธ. ปั้น 'หมอพร้อม' ขึ้นแท่นศูนย์กลางข้อมูลสุขภาพ
สธ. ฝ่าวิกฤตความเชื่อมั่น จากดราม่าข้อมูล สู่การลุยดัน "หมอพร้อม" สู่ Super App สุขภาพประเทศ

ทำไม 30 บาทรักษาทุกโรค ถึงเดินหน้าต่อแบบเดิมไม่ได้ ?
สแกน 7 ข้อค้นพบ กมธ.สธ.วุฒิสภา ทำไม 30 บาทรักษาทุกโรค ถึงเดินหน้าต่อแบบเดิมไม่ได้?

สธ. เคลียร์ปม 'หมอพร้อม' คืบหน้าแล้ว 30% ยืนยันไร้ทุจริตเบิกจ่าย
สธ. เคลียร์ปม 'หมอพร้อม' คืบหน้าแล้ว 30% ยืนยันไร้ทุจริตเบิกจ่าย