หมดยุค 'รักษาฟรี แบบไม่อั้น'? หลังรายจ่ายพุ่ง รัฐแบกไม่ไหว
News

หมดยุค 'รักษาฟรี แบบไม่อั้น'? หลังรายจ่ายพุ่ง รัฐแบกไม่ไหว

บิลค่าหมอพุ่ง 6 แสนล้าน รัฐบาลจ่อคุมเข้ม "รักษาฟรี" 3 กองทุนใหญ่

0 การเข้าชม
ฟังบทความ
0:00
3:18

บิลค่าหมอพุ่ง 6 แสนล้าน รัฐบาลจ่อคุมเข้ม "รักษาฟรี" 3 กองทุนใหญ่ ประชาชนได้รับผลกระทบอะไรบ้าง?

คำว่า "รักษาฟรี" หรือสวัสดิการสุขภาพที่เราใช้อยู่ทุกวัน คืองบประมาณที่รัฐสำรองทุนเอาไว้ แต่ตอนนี้ปัญหามันเกิดตรงที่

"ค่ารักษาพยาบาลมันโตไวมาก" โตขึ้นปีละประมาณ 4% ในขณะที่เศรษฐกิจบ้านเราโตแค่ 2% กว่าๆ เท่านั้น

งบสุขภาพของไทยเมื่อปี 2566 อยู่ที่ 3 แสนล้านบาท แต่อีกไม่ถึง 10 ปี (ปี 2576) บิลค่ารักษาจะพุ่งไปแตะ 6 แสนล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าตัว ซึ่งเงินในกระเป๋ารัฐไม่ได้โตตามขนาดนั้น เมื่อเงินมีจำกัด แต่คนป่วยเพิ่มขึ้น รัฐเลยต้องเพิ่มมาตรการ "Spending Cap" หรือการคุมเพดานรายจ่าย มาใช้ แปลง่ายๆ คือ รพ. จะเบิกเงินได้ตามเพดานที่ตั้งไว้เท่านั้น

• หรือนี่อาจเป็นสัญญาณว่า หมดยุคเบิกจ่ายได้เรื่อยๆ เหมือนเมื่อก่อนแล้วหรือเปล่า.. 3 กองทุนหลักของบ้านเราจะปรับตัวกันอย่างไรบ้าง?

สิทธิบัตรทอง (ดูแลคนส่วนใหญ่ 47 ล้านคน)

- ต่อไปนี้รัฐจะไม่จ่ายเงินให้ รพ. ตามจำนวนครั้งที่คนไข้มาหา แต่จะจ่ายตาม "ผลลัพธ์การรักษา" คือรักษาแล้วดีขึ้นจริงถึงจะได้เงินคุ้มค่า
- อันไหนจำเป็นจริงๆ ถึงจะได้ใช้งบก่อน อันไหนจำเป็นน้อยอาจถูกตัดออก รวมถึงเน้นใช้ยาและเทคโนโลยีที่ผลิตในไทยมากขึ้นเพื่อเซฟเงิน

สวัสดิการข้าราชการ (4.8 ล้านคน)

- เป็นกลุ่มที่เบิกค่ารักษาต่อคนสูงกว่ากลุ่มอื่นหลายเท่า (เฉลี่ยเกือบ 20,000 บาท/คน/ปี)
- ใครที่มีพฤติกรรม "ตระเวนเวียน รพ. ขอเบิกยาไปขายต่อ" ถ้าจับได้ จะถูกตัดสิทธิ์ยกครอบครัวทันที
- เปิดให้ญาติข้าราชการเลือกสละสิทธิ์ แล้วย้ายไปใช้บัตรทองหรือประกันสังคมแทนได้

ประกันสังคม (มนุษย์เงินเดือน 14 ล้านคน)

- คนทำงานวัยแรงงานน้อยลง แต่คนสูงอายุที่ต้องใช้เงินรักษาเยอะขึ้น ทำให้กองทุนเริ่มตึงมือ รัฐเลยต้องปรับขยับเพดานเงินสมทบขึ้น (จากเดิมหักสูงสุด 750 บาท/เดือน ปรับเป็น 850 บาท/เดือน ในช่วงปี 2569–2571 และจะค่อยๆ ปรับขึ้นอีกในอนาคต)
- อาจจะเลิกบริหารระบบการรักษาเอง แต่เอาเงินไปซื้อประกันสุขภาพเอกชนให้ผู้ประกันตนแทน

• สรุปแล้วเราต้องเจออะไรบ้าง ?

การปรับเปลี่ยนรอบนี้ "ไม่ใช่การยกเลิกรักษาฟรี" แต่เป็นการตัดส่วนเกิน อุดรอยรั่ว เพื่อให้ระบบสุขภาพของไทยยังรอดอยู่ได้ในวันที่รัฐกระเป๋าแฟบ

สิ่งที่พวกเราต้องเตรียมใจคือ สิทธิประโยชน์บางอย่างอาจไม่ได้ใกล้มือเหมือนเดิม การเข้าถึงเทคโนโลยีแพง ๆ อาจมีเงื่อนไขเยอะขึ้น และสิ่งสำคัญที่สุดคือ เราต้องหันมารักษาดูแลสุขภาพตัวเอง ไม่ให้ป่วยง่ายๆ เพราะการ "ป้องกันไม่ให้ป่วย" ถูกกว่าการ "รักษาตอนป่วยหนัก" หลายเท่าแน่นอน


บทความที่เกี่ยวข้อง

อวสานร้านขายยาขนาดเล็ก ? อาจเจอวิกฤต กว่า 18,000 แห่ง เมื่อ 7 ยักษ์ใหญ่ลุย 'Telepharmacy'
News

อวสานร้านขายยาขนาดเล็ก ? อาจเจอวิกฤต กว่า 18,000 แห่ง เมื่อ 7 ยักษ์ใหญ่ลุย 'Telepharmacy'

ร้านยาแถวบ้านอาจหายไป? เมื่อ 7 ยักษ์ใหญ่ลุย "Telepharmacy" ร้านยาขนาดเล็กกว่า 18,000 แห่ง อาจต้องเผชิญวิกฤติใหญ่

มงคลกร พุฒธะพันธ์·
ฝ่าวิกฤตความเชื่อมั่น เปิดแผน สธ. ปั้น 'หมอพร้อม' ขึ้นแท่นศูนย์กลางข้อมูลสุขภาพ
News

ฝ่าวิกฤตความเชื่อมั่น เปิดแผน สธ. ปั้น 'หมอพร้อม' ขึ้นแท่นศูนย์กลางข้อมูลสุขภาพ

สธ. ฝ่าวิกฤตความเชื่อมั่น จากดราม่าข้อมูล สู่การลุยดัน "หมอพร้อม" สู่ Super App สุขภาพประเทศ

มงคลกร พุฒธะพันธ์·
ทำไม 30 บาทรักษาทุกโรค ถึงเดินหน้าต่อแบบเดิมไม่ได้ ?
News

ทำไม 30 บาทรักษาทุกโรค ถึงเดินหน้าต่อแบบเดิมไม่ได้ ?

สแกน 7 ข้อค้นพบ กมธ.สธ.วุฒิสภา ทำไม 30 บาทรักษาทุกโรค ถึงเดินหน้าต่อแบบเดิมไม่ได้?

มงคลกร พุฒธะพันธ์·